จากกรณีที่มีการพบกากแคดเมียม ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง จำนวน 15,000 ตันที่ซุกซ่อนอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.สมุทรสาคร จนสร้างความวิตกกังวลต่อประชาชน นั้น
นาย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ปัญหากากแคดเมียมในประเทศไทย เป็นเรื่องที่ใหญ่ที่น่ากังวลมากครับ เพราะสามารถสร้างการปนเปื้อนเข้าสู่สิ่งแวดล้อมและมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ผมจึงมีความเห็นว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลง 3 ข้อนี้เพื่อให้การจัดการปัญหาสารมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมดังนี้
1) กฎหมาย
- เร่งวาระกฎหมาย PRTR หรือกฏหมายที่ให้มีการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อย และเคลื่อนย้ายสารมลพิษได้ทั้งจัดการสารพิษโดนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กับสาธารณชน พร้อมทั้งจัดการ 1 ต้นตอของ PM 2.5 เช่นฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ หรือการขนย้ายโดยรถบรรทุก
- การหยิบรายงาน กมธ การจัดงานเหมืองแร่ของสภาชุดที่แล้วมา หรือ ลองยึด (responsible mining) ตามแบบสากล อย่าง UNDP มาเป็นตัวอย่างในการจัดการเรื่องกากเหมืองแร่ให้มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
2) งบประมาณ
- ลองดูว่า งบจัดการสิ่งแวดล้อมน้อยแค่ไหน การเพิ่มงบให้เพียงพอต่อการป้องกัน จัดการ และแก้ไขปัญหาทางสิ่งแวดล้อม ต่าง ๆ ทำให้เกิดการจัดการและแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นได้
3) บุคลากร
- การแก้ไขปัญหาจะไม่สามารถลุล่วงได้เลย ถ้าขาดบุคลากรที่เพียงพอ การเพิ่มบุคลากรที่ เจ้าที่ที่ทำงานให้เพียงพอนั้น จะสามารถทำให้การป้องกัน และจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ดีมากขึ้น
ชวนรู้จัก “เมียวดี” พื้นที่ค้าชายแดนไทย-เมียนมา หลังกลุ่มชาติพันธุ์ยึด