เริ่มแล้ว! “เศรษฐา” นำถก งบประมาณรายจ่ายปี 68 วงเงิน 3.7 ล้านล้าน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




นายกฯเศรษฐา นำถกงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงิน 3.7 ล้านล้านบาท คาด GDP โต 3.5 ท่ามกลางข้อจำกัดปัจจัยเสี่ยง

วันที่ 19 มิ.ย. นายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรี​ กล่าว อภิปรายเปิดการประชุม​สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วาระแรก ว่า​ ในนามคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้ หลักการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ 2568 เป็นจำนวนไม่เกิน 3,752,700 ล้านบาท โดยในปีนี้ไม่มีการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยเพื่อชดใช้เงินคงคลัง เหตุผลเพื่อให้หน่วยรับงบประมาณได้มีกรอบวงเงินงบประมาณสำหรับใช้จ่าย ปีงบประมาณ 2568

คอนเทนต์แนะนำ
“เศรษฐา“ เผยผลสอบ 2 บิ๊กตำรวจออกแล้ว ยังไม่บอกใครอยู่ใครไป!
ศาลสั่งชี้แจงข้อมูลคดีถอดถอน “เศรษฐา” พร้อมนัดพิจารณา 10 ก.ค.
เปิดทรัพย์สิน “เศรษฐา” แจ้งเงินลงทุนเพิ่ม 2 แสน ซื้อโทเคนดิจิทัล

เศรษฐา ทวีสิน ช่างภาพพีพีทีวี
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

โดยนายเศรษฐาระบุว่า มีจุดมุ่งหมายทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตได้ตัวอย่างเป็นศักยภาพสร้างรายได้ให้กับประชาชนและประเทศผ่านการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภา และแถลงในอิกไนท์​ ไทยแลนด์​ จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลาง 8 อุตสาหกรรม การพัฒนาพื้นฐานสำคัญมาเป็นแนวทางในการบริหารจัดการงบประมาณ ในการพัฒนาและจัดสรรงบประมาณของประเทศให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งคำนึงถึงการสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 และพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ​ พระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ปี 2561 รวมไปถึงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและแผนการปฏิบัติงานราชการของกระทรวง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

นายเศรษฐา​ ยังระบุอีกว่า ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้ประมาณการไว้ในประเทศในปี 2568 ข้อมูลวันที่ 20 พ.ค. 2567​ มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.5 ถึงร้อยละ 3.5 ถ้ากลางร้อยละ 3 มีการปรับลดลงจากการประมาณการเดิมที่ประมาณการไว้ในแผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2568 และ 2571 ฉบับทบทวนและเดือนเม.ย. 2567 โดยมีแรงสนับสนุน จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการส่งออกสินค้าตามแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจ และปริมาณการค้าโลก

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทย​ มีข้อจำกัดและมีปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญจากความยืดเยื้อของความขัดแย้งเชิงภูมิศาสตร์และการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก​ และสร้างความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน ส่วนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจปี 2568 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อ จะอยู่ระหว่างช่วง 0.7 -​1.7 ค่ากลางร้อยละ 1.2 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

อภิปรายงบปี 68 ช่างภาพพีพีทีวี
นายกรัฐมนตรีนำถกงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

ในช่วงปลายปี 2567 นโยบายดิจิทัล 10,000 บาท​ 50  ล้านคน เกิดเป็นพายุหมุนทางเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ระดับฐานราก กระจายไปยังพื้นที่ทั่วประเทศ ก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย สั่งผลิตสินค้า จ้างงานและกลับมาเป็นภาษีให้กับภาครัฐ เพื่อใช้ในการลงทุน สร้างขีดความสามารถให้กับประเทศต่อไป โดยช่วงต้นปี 2567 รัฐบาลได้ประกาศวิสัยทัศน์ อิกไนท์ ไทยแลนด์​ เป็นเป้าหมายของการพัฒนา ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ​ 8 ด้านได้แก่ ศูนย์กลางการท่องเที่ยว ศูนย์กลางการแพทย์และสุขภาพ ศูนย์กลางเกษตรและอาหาร ศูนย์กลางการบิน ศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์แห่งอนาคต ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล และศูนย์กลางการเงิน บนการพัฒนา 6 พื้นฐานที่สำคัญได้แก่ การเป็นรัฐบาลดิจิทัลเพื่อความโปร่งใส ความเสมอภาคเท่าเทียม ความสะอาดและปลอดภัย ระบบขนส่งที่เข้าถึงและสะดวก การศึกษาและเรียนรู้สำหรับทุกคน และพลังงานสะอาดและมั่นคง

นายเศรษฐา​ ยังระบุอีกว่า​ ในครึ่งปีแรกแสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยว เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ มีเป้าหมาย นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ มากกว่า 36.7 ล้านคน จะกลับไปสู่ ตัวเลขใกล้เคียง กลับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 รัฐบาลมีแผนให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากยิ่งขึ้น และกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวผ่านการเฟ้นหาจุดเด่น จัดเทศกาล กิจกรรม คอนเสิร์ต หรือการแสดงต่างๆ เพื่อเพิ่มระยะเวลาการพำนัก และค่าใช้จ่ายต่อหัว ของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากยิ่งขึ้น

และเพื่อเป็นการรองรับการเจริญเติบโตนักท่องเที่ยวในอนาคต รัฐบาลจะเดินหน้า ขยาย โครงสร้างพื้นฐานทางอากาศให้มากยิ่ง โดยจะขยายโครงข่ายสนามบินทั่วประเทศ เพื่อรองรับผู้โดยสารให้มากขึ้น ตกลงถึงค่าขนส่งทางอากาศ เชื่อมโยงไปยังขนส่งทางรถไฟ​ ราง​ และเรือ​ อย่างครบวงจร​ ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งจากไทยไปยังกลุ่มประเทศ CLMV และเชื่อมต่อไปยัง Land Bridge เพื่อไปทั่วโลกได้

อภิปรายงบปี 68 ช่างภาพพีพีทีวี
เศรษฐานำถกงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

ขณะเดียวกันปัญหาหนี้สินปัญหาหนี้สินยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในภาคครัวเรือนที่มีภาระหนี้สินสูงกว่าร้อยละ 91.3 ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และยังซ้ำร้ายด้วยภาระหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือในการไกล่เกลี่ย และจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบที่ทำผิดกฎหมาย เพื่อคืนอิสรภาพให้ประชาชน

ขณะที่ภาคธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมิน SMEs กว่า 3.2 ล้านราย เข้าถึงสินเชื่อไม่ถึงครึ่ง ทำให้ต้องอาศัยสินเชื่อที่ไม่เป็นธรรมส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ทำให้เจริญเติบโตต่ำ ขณะที่สินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ ขยายตัวร้อยละ 3.3 ในไตรมาส 1 ของปี 2567 การลงทุนต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีการขอส่งเสริมการลงทุน มูลค่ากว่า 8.5 แสนล้านบาทในปี​ 2566 ซึ่งสูงสุดในรอบ 9 ปี เป็นผลมาจากการเจรจา การค้าการลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความเชื่อมั่น และยังมีการลวทุนจาดอุตสาหกรรม​ชั้นมูงที่เจ้ามาลงทุนและตั้งสำนักงานในประเทศไทย​ เช่นอุตสาหกรรม​อิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมดิจิทัล

สำหรับนโยบายการคลังและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลจำเป็นงบประมาณขาดดุล เพื่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่อง​ โดยประเมินว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้​ 3,022,700  ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากปีก่อน​ นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรเพื่อภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 135,700 ล้านบาท​ และจัดสรรเป็นรายจ่ายรัฐบาล​ 2,887,000 ล้านบาท กู้เพื่อชดเชยขาดดุล​ 865,700 ล้านบาท​ รวมรายรับ​ 3,752,700 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับวงเงินงบประมาณรายจ่าย

อภิปรายงบปี 68 ช่างภาพพีพีทีวี
บรรยากาศอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

ขณะที่นี่สาธารณะ ณ​ วันที่ 31 มี.ค. 2567​ จำนวน 11,474,154 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 63.37 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายใต้กรอบบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ซึ่งการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.5 ต่อปี​ โดยมีเหตุผลว่าเป็นอัตราที่สอดคล้องกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน มีอัตราเงินเฟ้อที่สอดคล้องกับการขยายตัวของเศรษฐกิจที่โน้มเข้าสู่ศักยภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง และการเบิกจ่ายภาครัฐที่กลับมาเร่งขึ้นในไตรมาส 2 ของปี 2567​ ซึ่งต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออกของภาคผลิต

ขณะที่ไทย มีเงินสำรองระหว่างประเทศ ณวันที่ 31 ธันวาคม 2566 จำนวน 224, 283.9 ร้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงิน 2.5 เท่าของหนี้ต่างประเทศ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้นการจัดทำงบประมาณงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2568 จำแนกเป็นรายจ่ายประจำ 2, 704, 574 .7 ล้านบาท​ ที่เป็นร้อยละ 72.1 รายจ่ายลงทุน 908, 224 ล้านบาท​ เป็นร้อยละ 24.2 เป็นสัดส่วนการลงทุนที่สูงสุดในรอบ 17 ปี จ่ายคืนเงินกู้​ 150,100 ล้านบาท​ คิดเป็นร้อยละ 4.0 และรายจ่าย กู้เพื่อการลงทุนรัฐวิสาหกิจ 10,198.7 ล้านบาท​

งบประมาณรายจ่ายงบกลาง กำหนดไว้ จำนวน 805,745.0 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 21.5 ของวงเงินงบประมาณ1.2​งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ กำหนดไว้ จำนวน 1,254,576.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 33.4 ของวงเงินงบประมาณ1.3​งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ กำหนดไว้ จำนวน 206,858.5 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 5.5 ของวงเงินงบประมาณ

อภิปรายงบปี 68 ช่างภาพพีพีทีวี
การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568

นายเศรษฐา ยังกล่าวได้ว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่าย ปี 2568 แบ่งเป็น 6 ยุทธศาสตร์ คือ 1 ด้านความมั่นคง จำนวน​ 405,412.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.8 ของวงเงินงบประมาณ​ 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 398,185.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.6 ของวงเงินงบประมาณ​ 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์​ จำนวน​ 583,023.4 ล้านบาท​ คิดเป็นร้อยละ 15.5  ของวงเงินงบประมาณ​

4. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม​ จำนวน ​923,851.4 ล้านบาท​ คิดเป็นร้อยละ 24.6 ของวงเงินงบประมาณ​/ 5.ด้านการสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 137,291.9 ล้านบาท เป็นร้อยละ 37 ของวงเงินงบประมาณ​ และ​ 6. ด้าน​การปรับสมดุลและพัฒนาระบบ การบริหารจัดการภาครัฐ จำนวน​ 645,880.9 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.2 ของวงเงินงบประมาณ

การบริหารงบประมาณรายจ่ายทั้งหมดนี้ จะเป็นการใช้จ่ายเพื่อดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ ใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด กระตุ้นเศรษฐกิจให้เม็ดเงินไหลไปสู่ประชาชนและภาคธุรกิจ สร้างการเจริญเติบโตให้กับประเทศพัฒนาศักยภาพอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามกฎหมาย

วิเคราะห์บอล! ยูโร 2024 เยอรมนี พบ ฮังการี 19 มิ.ย.67

20 มิ.ย. 67! กฟน.ประกาศ “ดับไฟ” 9 พื้นที่ ในกทม.- สมุทรปราการ

“สนามแม่เหล็กดวงอาทิตย์สลับขั้ว” กำลังจะเกิด! มันคืออะไรและมีผลอย่างไร?

LiveScore-EURO2024 LiveScore-EURO2024

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ