กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาเปิดเผยในรายการหนึ่ง ทางช่องยูทูบ The Standard ซึ่งมีเนื้อหาช่วงหนึ่งบอกว่า ได้ข่าวจากคนในพรรคเพื่อไทย บอกว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จะให้ไม่มี สส.แบบบัญชีรายชื่อ
โดยเรื่องนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงยังไม่รู้ แต่เป็นยุทธศาสตร์ ในการชนะพรรคก้าวไกล
โดยคุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า ระยะเวลาที่น่าจะทำ คือ อยู่เป็น รัฐบาลครบ 4 ปี และน่าจะทำใกล้เลือกตั้ง ซึ่งมองว่า เป็นไปได้ เพราะการติดตามยุทธศาสตร์การเดินของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือเข้าไปหาบ้านใหญ่ ที่ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับ การรวบรวม สส.เขต และการตัด สส.บัญชีรายชื่อออก ทั้งนี้ถ้าเป็นเรื่องจริงผลกระทบก็จะเกิดกับก้าวไกลได้
ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ให้สัมภาษณ์ประเด็นนี้ โดยบอกว่า ข่าวจากไหนตนไม่ทราบและไม่เคยได้ยิน ตนคิดว่าคงเป็นเกมการเมือง รัฐบาลไม่เคยพูดเรื่องนี้เลยและก็ไม่ได้อยู่ในวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากจะแก้อย่างไรก็ต้องผ่านระบบสภาฯ อยู่แล้ว ตนในฐานะที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยและทำงานด้านบริการ หากจะทำเรื่องเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ก็ต้องมีการพูดคุยกัน แต่เรื่องในพรรคก็ไม่มีการพูดคุยกัน
ทั้งนี้เมื่อถามว่าเป็นการดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็คงเป็นธรรมดาของการเล่นการเมืองที่ทำให้สับสน ตอนนี้ขอมุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดีกว่า ตนมองว่าไม่มีอะไรในพรรคไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ เป็นเรื่องเลอะเทอะ
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าววิเคราะห์เรื่องดังกล่าวมีความเป็นไปได้หรือไม่นั้น จะต้องดูจากผลการเลือกตั้ง ในปี 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเพื่อไทย กับ พรรคก้าวไกล ได้จำนวน สส.เขตเท่ากันคือ 112 คน แต่มาเฉือนชนะกันที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งพรรคก้าวไกล ได้ สส.ไป 39 คน มากกว่า พรรคเพื่อไทย 10 คน โดยของเพื่อไทยได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 29 คน
นอกจากนั้นเมื่อไม่นานมานี้ สถาบันพระปกเกล้า ได้มีการเผยแพร่ผลโพล โดยสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับ สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองและศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง 76 จังหวัด ถามความนิยมในพรรคการเมือง และนายกรัฐมนตรี 1 ปี หลังการเลือกตั้ง ผลคือ ถ้าช่วงนี้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ประชาชนยังจะเลือกพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ทั้ง 2 บัตร คือทั้ง สส.เขต และสส.ปาร์ตี้ลิสต์
โดย ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง บอกว่า ถ้าเลือกตั้งอีกไม่กี่วันข้างหน้าในส่วนของ สส.เขต จะเลือกพรรคก้าวไกล 35.7% และ เพื่อไทย 18.1% ขณะที่ ในส่วนของ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะเลือกพรรคก้าวไกล 44.9% และ เลือกเพื่อไทย น้อยกว่าครึ่งนึง คือ 20.2% ทั้งนี้สถาบันพระปกเกล้า สรุปไว้ว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไป ก้าวไกลมีคะแนนนิยมนำพรรคเพื่อไทยแบบทิ้งห่าง ซึ่งอาจทำให้ ก้าวไกล ได้ สส.มากกว่า พรรคเพื่อไทยเกือบ 2 เท่า
กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 4 ฝนตกหนักถึงหนักมากกระทบ 48 จังหวัดทั่วไทย