โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีต “ผอ.ขนมจีนน้ำปลา” คดีทุจริตอาหารกลางวัน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อดีต “ผอ.ขนมจีนน้ำปลา” คดีทุจริตเงินอาหารกลางวันให้เด็กอนุบาลกินขนมจีนราดน้ำปลา คดีถึงที่สิ้นสุดถูกลงโทษจำคุก 20 ปี 60 เดือน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ความว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และตริตาภรณ์มงกุฎไทย

ซึ่ง อดีตข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารายหนึ่ง ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2

สมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ราชกิจจานุเบกษา
โปรดเกล้าฯ เรียกคืนเครื่องราชฯ อดีต “ผอ.ขนมจีนน้ำปลา” คดีทุจริตอาหารกลางวัน

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับพระราชทาน

เนื่องจากกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงหลายกรณี และมีคำสั่งให้ลงโทษไล่ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2561 โดยคำสั่งอันถึงที่สุด และเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

และความผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 คดีถึงที่สุด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568

อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6 และข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548 และอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ รู้จักกันในชื่อ "ผอ.ขนมจีนน้ำปลา" ถูกพิพากษาจำคุก 50 ปี คดีทุจริตเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเด็กอนุบาล และพบว่าให้เด็กกินขนมจีนราดน้ำปลา รวมถึงจัดทำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคเพื่อประกอบอาหารเป็นเท็จ  โดยศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษ 77 กระทง รวมโทษจำคุก 192 ปี 6 เดือน แต่คงโทษจำคุก 50 ปี

ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้โทษเป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรม รวม 10 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 10 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน

ทั้งนี้ นายสมเชาว์ ได้ขออนุญาฎีกา แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญากให้ฎีกาให้ยกคำร้อง และไม่รับฎีกาของจำเลย คดีถึงที่สุด เป็นเหตุให้จำเลยถูกจำคุกตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เป็นจำคุก 20 ปี 60 เดือน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ