ที่สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี พลตำรวจตรีอรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พลตำรวจโทเดชรพี คงดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เดินทางมาร่วมประชุมความคืบหน้าทางคดีร่วมกับ พันตำรวจเอกภูมิสิษฐ์ ตั้งวิทย์เดชา ผู้กำกับการ สภ.บางศรีเมือง ในคดีที่ ผู้อำนวยสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต บนทางต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี
ซึ่งเช้านี้ “ผอ.สำนักสืบสวนฯ” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมกับทนายความประจำตัว โดยใช้ประตูทางเข้าด้านหลัง คาดว่าหลบเลี่ยงสื่อมวลชน ที่มาเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวที่ประตูทางเข้าด้านหน้า
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจได้เก็บหลักฐานเพิ่มเติม จากรถยนต์กระบะของผู้ถูกกล่าวหาและรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต จากการสังเกตพบว่ารถยนต์ของผู้ถูกกล่าวหามีสภาพพังยับบริเวณหน้ารถ และล้อฝั่งซ้าย ส่วนรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ช่วงท้าย ได้รับความเสียหาย ป้ายทะเบียนรถ สายรัด ไฟท้าย และกล่องใส่อาหารหลุดออกมาจากตัวรถ
ส่วนเช้านี้ผู้จัดการร้านอาหารในคืนวันเกิดเหตุ และพนักงานรักษาความปลอดภัย ที่เดินไปส่ง ผอ. ที่รถก่อนเดินทางกลับ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าคืนวันเกิดเหตุ ผอ. ดื่มเหล้าหรือไวน์ และดื่ม 3 ขวด จริงหรือไม่ ผู้จัดการร้านบอกว่า คืนดังกล่าว ผอ. ดื่มไวน์เข้าไป ส่วน รปภ.ยืนยันว่าตนเองเป็นคนเดินไป ผอ. ที่รถจริง
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง พลตำรวจตรีอรรถพล เปิดเผยว่าวันนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญพยานที่เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุ มาสอบปากคำแล้วประมาณ 5 ปาก เป็นพยานตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ พยานขณะเกิดเหตุ รวมถึงมีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด และพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่าง เข้ามารวบรวมไว้ในสำนวนแล้ว
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ผอ. เพียงคนเดียว ในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นจนทำให้มีผู้เสียชีวิต , ข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา รวมถึงพฤติการณ์ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ในสำนวนแล้ว
และจากการพูดคุย ผู้ถูกกล่าวหายืนยันตั้งแต่แรก และไม่เคยปฏิเสธว่าตนเองไม่ใช่คนขับรถ แต่ในชั้นนี้ผู้ถูกกล่าวหาขอตรวจดูข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานของตำรวจก่อนว่า ที่กล่าวหาว่าตนเองประมาทข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยในชั้นนี้มีการรับสารภาพบางส่วน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ให้เป็นไปตามสิทธิ์ของผู้ต้องหา
สำหรับเรื่องกล้องวงจรปิดบนสะพานที่เกิดเหตุ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนไปหาเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งพยานหลักฐานที่มีตอนนี้มีเพียงพอต่อการพิสูจน์ข้อเท็จจริง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ข้ามาตรวจร่องรอยพยานหลักฐานในรถซ้ำอีกครั้งในวันนี้ เพื่อตรวจหา DNA และลายนิ้วมือแฝง เพื่อยืนยันว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนขับเพียงคนเดียว ไม่มีคนอื่น
ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดในวันเกิดเหตุ เมื่อผลเป่าแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแล้ว ตำรวจจึงปล่อยตัวกลับโดยไม่คุมขัง พลตำรวจตรีอรรถพล ชี้แจงว่า ขณะนั้นพนักงานสอบสวนเห็นว่าข้อเท็จจริงบางประการยังไม่แน่ชัด จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน เมื่อพยานหลักฐานแน่ชัดแล้วจึงนัดหมาย และเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาให้มาเข้าพบ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาก็เดินทางมาตามนัด
ขณะเดียวกัน ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดครบถ้วน เพื่อพิสูจน์ทั้งความผิด และความบริสุทธิ์ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย
ส่วนการชดเชยเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ถูกกล่าวหาได้แจ้งความประสงค์กับพนักงานสอบสวนว่า ยินดีที่จะพูดคุยเจรจากับทางญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งในขณะนี้ฝั่งผู้เสียหายเอง ก็มีความประสงค์จะเจรจา และได้รับทราบว่ามีการพูดคุยกันไปบ้างบางส่วนแล้ว และปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการติดต่อกับทางบริษัทประกันภัย เพื่อดูวงเงินในการช่วยเหลือเยียวยา
ส่วนข้อกังวลของประชาชนที่ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นถึงข้าราชการระดับสูง จะทำให้คดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีผลต่อการส่งสำนวนให้อัยการหรือไม่ พลตำรวจตรีอรรถพล ยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีผล และไม่มีความกดดันใด ๆ ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาทุกพฤติการณ์ รวมถึงประเด็นที่ว่าทำไมรถของผู้ถูกกล่าวหา ไปจอดห่างจากที่เกิดเหตุถึง 1 กิโลเมตร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เก็บหลักฐาน และสอบปากคำพยานที่ติดตามไปทั้งหมดแล้ว โดยขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ