พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. ไลฟ์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้ตนมาโดยตลอด ตั้งแต่ถูกให้ออกจากราชการ และขอบคุณทุกกำลังใจที่ช่วยสนับสนุนในช่วงที่ต่อสู้คดี วันนี้ที่ตนออกมาพูด เพราะมีคนพยายามสร้างกระแสว่าตนหลบหนีออกนอกประเทศ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้หนีไปไหน และขออย่าพยายามสร้างกระแสข่าวว่าตนหลบหนี โดยตนใช้ชีวิตตามปกติ อยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก และยังอาศัยอยู่บ้านหลังเดิมที่เคยถูกตรวจค้น
รวมถึงมีการกลับบ้านที่จังหวัดสงขลาบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งก็มีประชาชนพบเห็นและเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นระยะ โดยตนใช้เวลาว่างมาพัฒนาตัวเอง ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน
วันนี้ตนเองมาเล่นเทนนิสเพื่อเตรียมตัวไปแข่งเทนนิสประเทศไทย ซึ่งมีการฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน พร้อมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง โดยสิ่งที่ตนคำนึงถึงมาโดยตลอด คือเรื่องของสุขภาพ เพราะหากสุขภาพไม่ดี ก็จะไม่สามารถทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้
สำหรับการต่อสู้คดี หลายคนสงสัยว่าทำไมตนไม่ออกมาพูดเหมือนปีที่แล้ว เนื่องจากตนเองพูดไปมากแล้ว แต่ก็รู้สึกเศร้าใจที่ประเทศไทยยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และอาชญากรรมหนี้นอกระบบ ชาวบ้านยังคงเดือดร้อนเหมือนเดิม ตนจึงไม่รู้ว่าต้องออกมาพูดไปเพื่ออะไร เพราะพูดไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่การที่ตนไม่พูดอะไร ไม่ได้แปลว่าตนจะไม่ต่อสู้ อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเบื่อหน่ายกับคดีของตนเอง ตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันในคดีสินบนทองคำ โดยตนมองว่าในเมื่อบุคคลที่มีหน้าที่รักษากฎหมาย ยังมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่รู้ว่าจะออกมาพูดไปทำไม ขนาดตนเป็นข้าราชการเก่า หากเหตุการณ์นี้เกิดกับพี่น้องประชาชนทั่วไป คงไม่มีใครรอด เพราะผู้รักษากฎหมายกระทำไม่ถูกต้อง
จึงอยากฝากถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า เมื่อใดที่ผู้รักษากฎหมายดำเนินการอย่างถูกต้อง ตนจะออกมาพูดข้อเท็จจริงให้ฟัง เพราะหลักของคดีประกอบด้วยทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่เมื่อวานนี้ในส่วนของข้อกฎหมาย ผู้รักษากฎหมายยังดำเนินการไม่ถูกต้อง หากตนจะออกมาพูดข้อเท็จจริง ก็คงไม่มีประโยชน์
ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้แทน ยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากพนักงานสอบสวนเรียกเมื่อใด ก็จะไปทันที ดังนั้นการดำเนินคดีกับตน ขอให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา และเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนพร้อมจะยอมรับสภาพต่อไป