ภายหลังศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ปทุมธานี ซึ่งผลปรากฎผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นายชาญ พวงเพ็ชร์ ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ได้คะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่ง เฉือนเอาชนะพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ.ปทุมธานีนั้น
ล่าสุด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดใจหลังแพ้การเลือกตั้งว่าได้ทำดีที่สุดในส่วนของตัวเอง เมื่อการเลือกตั้งจบแล้วก็คือจบ พร้อมขอบคุณชาวปทุมธานีสำหรับกว่า 2 แสนคะแนนที่ได้มา ตนจะจารึกไว้ในหัวใจและไม่ลืมชาวปทุมธานี
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังบอกอีกว่า วันนี้ตื่นเช้ามาก็โล่งใจ เพราะตลอด 3 ปี 3 เดือนที่ดำรงตำแหน่ง ก็ถือเป็นเป็นภาระที่หนักหน่วง หลังเกษียณอายุราชการ โดยตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็จะกลับไปเปิดคลินิก รักษาคนไข้ตามปกติ ขณะที่เรื่องอื่นๆก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนพื้นที่สามโคกที่คะแนนห่างกันเยอะนั้นมองว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชน และเชื่อว่าประชาชนทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่อยากให้ออกจากปากของตน ซึ่งตนรู้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น จึงฝากไปยัง กกต. และฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการ
สำหรับกรณีที่มีการวิเคราะห์ว่าส่วนหนึ่งที่แพ้การเลือกตั้งมาจากความชัดเจนเรื่องสังกัดนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ระบุว่าในมุมของตนอยากให้ทุกฝ่ายสามัคคีกัน ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา เมื่อเป็นนายก อบจ. จะต้องทำงานร่วมกับทุกฝ่ายให้ได้ พร้อมฝากถึงคนที่จะเข้าไปบริหารงาน ขอให้บริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ประชาชน การเป็นนายก อบจ. หากยึดติดกับพรรคจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา
ส่วนระบบบ้านใหญ่ที่ยังมีผลต่อการเมืองทั้งระดับประเทศและท้องถิ่นนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มองว่าการเมืองท้องถิ่นจะเป็นของใครไม่ได้ ต้องอยู่ที่ประชาชน ที่จะเลือกให้ใครมาดูแล นอกจากนี้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังยอมรับว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีส่วนทำให้อีกฝ่ายชนะการเลือกตั้ง แต่ตนไม่โทษใคร ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายทักษิณ มองว่าไม่ใช่การปิดตำนาน ยังเคารพในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้อง แต่ในเส้นทางการเมือง ตนยังยืนหยัดในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษุตริย์ทรงเป็นประมุข
สำหรับเส้นทางการเมืองหลังจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยว่าต้องดูกันต่อไป หากประชาชนต้องการให้เข้ามาทำงานก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต ส่วนโครงการที่อยากให้มีการสานต่อคือรถไฟฟ้าโมโนเรลเชื่อมโครงข่ายรถไฟฟ้า กทม. เพื่อแก้ปัญหารถติดและรองรับการเปิดสวนสัตว์แห่งใหม่