พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า คดีหลักอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ส่วนคดีที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบ เป็นกรณีที่กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. เข้าแจ้งความ หลังพบว่ามีข้อสอบรั่วไหลออกมาก่อนวันสอบ จากการสืบสวน ตำรวจสามารถไล่เส้นทางข้อสอบและผู้สั่งการได้อย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย และจับกุมได้ทั้งหมดแล้ว
ล่าสุด แนวทางการสอบสวนพบข้อมูลว่า อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องกับการนำข้อสอบออกจากระบบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะไต่สวนพิเศษขึ้นมาดำเนินคดีแล้ว และผู้เกี่ยวข้อง 11 ราย ที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ ได้ถูกกันไว้เป็นพยาน โดยตำรวจประสานการทำงานกับ ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิดมาตลอด
ที่ผ่านมาตำรวจมุ่งสอบสวนกลุ่มผู้วางแผน ผู้แก้ไขข้อสอบ และผู้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจากคำให้การและพยานหลักฐานที่มี ทำให้พบข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้รอบด้านก่อนดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นบุคคลระดับใด เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมหลักฐาน และรายงานให้ ป.ป.ช. รับทราบ
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า มีผู้เกี่ยวข้องซึ่งมียศสูงกว่า จ่าพิชิต นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า กรณีของจ่าพิชิตเป็นการดำเนินคดีในความผิดส่วนบุคคล ไม่ใช่ผู้ร่วมขบวนการทุจริตสอบ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐที่กำลังตรวจสอบอยู่ เป็นผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดโดยตรง ขอย้ำว่าหากมีเพียงหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ อาจยังไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินคดี จึงสั่งให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากพบข้อมูลชัดเจนก็จะดำเนินการทันที
สำหรับการสรุปผลการตรวจสอบ คณะทำงานจะต้องรายงานต่อรองนายกรัฐมนตรี ภายในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ โดยนอกจากสรุปข้อเท็จจริงของคดีแล้ว ยังจะเสนอแนวทางป้องกันการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
ส่วนกรณีการยกเลิกประชุมของ สถ. อย่างกะทันหัน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่มีหน้าที่เร่งรัดการรวบรวมข้อมูลเพื่อรายงานต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น