กรรมการมูลนิธิฯ จ่อแจ้งความ “บุ๋ม” ยักยอกทรัพย์ ยันติดตามเอาเงินคืน!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรรมการมูลนิธิองค์กรทำดี จ่อแจ้งความ “บุ๋ม ปนัดดา” ยักยอกทรัพย์ ยันติดตามเงินคืน-ตามเอาที่ดินเป็นของมูลนิธิฯ

“ทนายเปิ้ล” ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประจำมูลนิธิองค์กรทำดี และคุณแพทตี้ รองประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยผ่านรายการโหนกระแสว่า กรรมการมูลนิธิฯทุกคนไม่มีใครเคยเห็นเอกสารทางบัญชีหรือตัวเลขงบของมูลนิธิฯเลย เพราะ “บุ๋ม ปนัดดา” เป็นคนมีอำนาจเบิกจ่ายคนเดียว นอกจากนั้นกรรมการมูลนิธิฯหลายคนก็เข้าใจว่าเงินมูลนิธิมีไม่เยอะ เพราะหลายครั้ง “บุ๋ม ปนัดดา” จะบอกกับคนในมูลนิธิว่าไม่มีเงิน หรือเอาเงินค่าพรีเซ็นเตอร์มาลงกับมูลนิธิหมด หรือบอกว่าต้องควักเงินตัวเองตลอด

กรรมการมูลนิธิองค์กรทำดี รายการโหนกระแส
“ทนายเปิ้ล” ศิริขวัญ นิลกรรณ์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประจำมูลนิธิองค์กรทำดี และคุณแพทตี้ รองประธานมูลนิธิองค์กรทำดี

“ทนายเปิ้ล” บอกอีกว่า ตอนที่รับรองบัญชีองค์กรทำความดีฯ เป็นอีกหนึ่งบัญชีของมูลนิธิฯนั้น “ทนายเปิ้ล” อ้างว่าเคยบอกให้ “บุ๋ม ปนัดดา” ปิดไปแล้ว แต่เขาบอกว่ายังมีเงินเข้ามาเลยไม่ปิด ส่วนที่มีการรับรองเข้ามาเป็นบัญชีมูลนิธิฯ เพราะกรรมการมูลนิธิฯต้องการให้เอาบัญชีนี้มาใช้เสมือนบัญชีของมูลนิธิฯเลย ส่วนกรณีการเบิกจ่ายเงินเกิน 5 แสนบาท ซึ่งตามข้อบังคับมูลนิธิฯกำหนดให้แจ้งต่อที่ประชุมกรรมการมูลนิธิฯ แต่ก็ไม่เคยมีการแจ้งตอ่ที่ประชุมเลย ส่วนเรื่องการก่อสร้าง “บุ๋ม ปนัดดา” บอกว่าเขาใช้เงินส่วนตัวก่อสร้าง พอสร้างเสร็จแล้วถึงจะโอนให้เป็นทรัพย์สินของมูลนิธิฯ รวมทั้งไม่เคยรู้ว่า “บุ๋ม ปนัดดา” มีการสร้างพูลวิลล่า หรือมีที่ดินที่ภูเก็ต รวมทั้งไม่เคยรู้ว่ามูลนิธิฯมีที่ดินอีกกว่า 20 ไร่ที่ใช้วางกองทิ้งของบริจาค เพราะรู้ว่าที่มูลนิธิฯมีแค่คลอง 8

“เมื่อวานได้คำตอบว่าที่เขาไม่ทำให้เป็นระบบ ไม่จัดการให้ถูกต้อง เพราะถ้ามันเป็นระบบหรือมันถูกต้อง เขาจะทำแบบนี้ไม่ได้ แต่ก่อนหน้านี้คิดว่าเขาจัดการทั้งหมด เขาติดขัดอะไร แต่เพิ่งรู้ว่าเราเป็นคนที่ถูกเขาหลอกแค่จดมูลนิธิฯแล้วใช้จ่ายเงินของเขาเอง” ทนายเปิ้ล กล่าว

นอกจากนั้น “ทนายเปิ้ล” และ “คุณแพทตี้” ยังเรียกร้องให้ “บุ๋ม ปนัดดา” ออกมาพูดความจริงทั้งหมด และหลังจากนี้จะมีการเข้าแจ้งความ “บุ๋ม ปนัดดา” ในข้อหายักยอกเงินของมูลนิธิ เพราะการที่มีคนบริจาคเงินเข้ามาแล้วมีคนเอาออกไปใช้ส่วนตัวเป็นการยักยอกทรัพย์มูลนิธิฯ เพื่อติดตามเอาเงินกลับมาให้มูลนิธิฯทั้งหมด และในส่วนของที่ดินหาก “บุ๋ม ปนัดดา” นำเงินของมูลนิธิไปซื้อก็จะต้องโอนกลับมาให้เป็นทรัพย์สินของมูลนิธิทั้งหมด

ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลว่า เมื่อวานนี้ “บุ๋ม ปนัดดา” ได้ออกจากกลุ่มไลน์ “องค์กรทำดี” โดยแจ้งว่า “กราบขออภัยทุกคนที่ทำให้เกิดเรื่องราวเสียหายมากมายแบบนี้ ขอโทษที่ทำให้ทุกท่านเกิดความไม่สบายใจ พี่ขออนุญาตออกจากกลุ่มเพื่อไปเคลียร์เรื่องราวตัวเองนะคะขอโทษทุกคนอีกครั้งค่ะ” โดยหนึ่งในอาสาที่ร่วมทำงานกับมูลนิธิ บอกว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้นทุกคนเสียใจกันหมด เพราะก่อนหน้านี้ที่เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาของสามีบุ๋ม ทุกคนให้กำลังใจบุ๋ม ทุกคนปกป้องหมด เพราะเชื่อว่าโดนสามีหลอก แต่พอมาเจอข่าวเรื่องเงินของมูลนิธิก็อึ้งไปเลยว่าคืออะไร นอกจากนั้น “บุ๋ม ปนัดดา” ยังเคยส่งข้อความบอกว่า “ขอโทษทุกคนที่ทำให้เดือดร้อนและไม่สบายใจนะคะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแม่จะยอมรับแต่เพียงผู้เดียวทุกคนสบายใจได้ แต่ ณ ปัจจุบันมันเป็นเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง”

แชตไลน์ รายการโหนกระแส
แชตไลน์ "บุ๋ม ปนัดดา"

ด้าน “องุ่น” หรือ “องุ่นศรี” (อภิวุฒิ ภุมภา) เหรัญญิกของมูลนิธิองค์กรทำดี ชี้แจงว่า จริงๆไม่ได้หนีไปไหน แต่ตอนนี้ข่าวเยอะมาก ยังไม่มีโอกาสได้อธิบายเลย ยอมรับว่าตนกับกรรมการมูลนิธิช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยจุดเริ่มต้นแค่เข้ามาช่วยงาน ก่อนที่จะได้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯ และได้รับมอบหมายเป็นเหรัญญิก ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่าเหรัญญิกทำหน้าที่อะไร เพิ่งมาทราบตอนหลังว่าดูแลเกี่ยวกับการเงิน แต่เวลาลงพื้นที่ตนก็จะเก็บใบเสร็จว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ส่วนเรื่องที่ “บุ๋ม ปนัดดา” บอกในกลุ่มกรรมการมูลนิธิบอกว่าองุ่นเอาเงินไปซื้อที่ดินนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่เคยพูดคุยกับ “บุ๋ม ปนัดดา” ว่าที่ตรงข้ามศาลเจ้าหากมูลนิธิมีเงินก็น่าจะซื้อไว้ แต่ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องการซื้อที่ดินในพื้นที่อื่นเลย และยืนยันว่าไม่เคยทำหน้าที่ถอนเงินสดให้ “บุ๋ม ปนัดดา” แต่อย่างใด ส่วนที่บอกว่าตนรับเงินสดก็จะเป็นการรวบรวมเงินสดไว้มอบให้ “บุ๋ม ปนัดดา” เท่านั้น ส่วนเอกสารทางการเงินของมูลนิธิฯนั้นหากเป็นยอดเงินที่ในส่วนของตนใช้จ่ายก็จะมีการรวบรวมไว้ แต่ส่วนอื่นตนไม่ทราบ ซึ่งในช่วงลงพื้นที่น้ำท่วมหรือสถานการณ์ชายแดน เงินที่ตนดูแลแต่ละครั้งมักจะไม่เกิน 1 ล้านบาท

นอกจากนั้น “องุ่นศรี” ยังชี้แจงว่า ตนเคยเปิดร้านขายของชำ ตอนนี้มีอาชีพและไลฟ์สดขายส้มแผ่น ขายได้ต่อเดือน 5-6 แสนบาท สรุปแล้วมีรายได้เดือนละ 2 แสนกว่าบาท ส่วนเงินจาก “บุ๋ม ปนัดดา” ที่โอนเข้าบัญชีของตนในปี 2569 มีประมาณ 3 ล้านบาทเท่านั้น

ด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” โฟนอินรายการโหนกระแสชี้แจงว่า “อยากขอโทษทุกคน ขอโทษกรรมการทุกคน และบุ๋มเป็นคนรับผิดคนเดียว อยากบอกตรงนี้ค่ะ” ส่วน “ทนายเพชร” เอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ทนายความส่วนตัวของ “บุ๋ม ปนัดดา” แจ้งว่า หากมีการออกหมายจับตามข่าวจริง ฝากบอกตำรวจว่าให้เข้ามารับตัว “บุ๋ม ปนัดดา” ได้ที่สำนักงานทนายฯที่แฟชั่นไอส์แลนด์ได้เลย เพราะไม่อยากให้เข้าไปที่บ้านของ “บุ๋ม ปนัดดา” โดยยืนยันว่าหลังจากนี้ก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ