วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดพิจิตรได้ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีสะเทือนขวัญสังคม กรณีผู้ปกครองเด็กหญิงอายุ 14 ปี นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.โพทะเล ให้ดำเนินคดีกับ นายอำนาจ หรือ “อุ๋ย บางคลาน” เซียนพระชื่อดังและอดีตไวยาวัจกรวัดแห่งหนึ่งใน อ.โพทะเล จังหวัดพิจิตร สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกล่อลวงและข่มขืนกระทำชำเราอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 10 ปี จนถึงอายุ 14 ปี รวมระยะเวลากว่า 4 ปี
โดยทุกครั้งจำเลยจะก่อเหตุทั้งภายในรถยนต์ บ้านพัก และรีสอร์ตต่าง ๆ ในพื้นที่ อ.โพทะเล, อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร รวมถึง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ พร้อมทั้งอัดคลิปวิดีโอและถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อใช้ข่มขู่ห้ามนำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะนำคลิปไปเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย รวมถึงมักจะโทรศัพท์ไปข่มขู่บังคับให้จำยอม และอาศัยช่วงรับส่งที่โรงเรียนในการก่อเหตุคดีดังกล่าว ก่อนที่ภรรยาของนายอำนาจ สงสัยในพฤติกรรมของสามี จึงแอบตรวจสอบโทรศัพท์มือถือจนพบคลิปวิดีโอบันทึกการกระทำชำเรา 28 คลิป และภาพถ่ายกว่า 70 ภาพ จึงนำหลักฐานไปแจ้งให้ผู้ปกครองของเด็กทราบ เนื่องจากเด็กผู้เสียหายมีศักดิ์เป็นหลานแท้ ๆ ก่อนนำไปสู่การเข้าแจ้งความดำเนินคดีและจับกุมตัวในที่สุด
ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ศาลจังหวัดพิจิตรได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยมีความผิดจริง จึงมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายอำนาจ หรือ “อุ๋ย บางคลาน” รวมทุกกระทงความผิดเป็นเวลา 360 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 180 ปี อย่างไรก็ตามเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) กำหนดให้จำคุกจำเลยได้สูงสุดไม่เกิน 50 ปี