วันที่ 5 พ.ค. 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงกรณี นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง เข้าแจ้งความกล่าวหาว่าถูกข่มขู่บังคับใช้หนี้นั้นว่า ยืนยันว่าตนทำหน้าที่เพียงคนกลางในการเจรจา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่มีการใช้อำนาจข่มขู่หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการร้องเรียนดังกล่าว อาจเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงไทม์ไลน์คดี ระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 เมื่อผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าถูกกลุ่มบุคคล 7 คน ร่วมกันฉ้อโกงซื้อขายพระเครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนสืบสวนต่อเนื่องจนพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเป็น 9 คน และมี “โทน บางแค” เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งรวมมูลค่าความเสียหายพุ่งเกิน 2,000 ล้านบาท โดยพฤติการณ์เป็นการหลอกขายพระราคาสูง ก่อนใช้เช็คเด้งชำระเงิน และนำพระไปจำนำ สร้างความเสียหายซ้ำซ้อนในลักษณะ “ซื้อของด้วยกระดาษเปล่า”
ส่วนการพบกันที่ห้องทำงานชั้น 27 นั้น พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า “โทน บางแค” เป็นฝ่ายประสานขอเข้าพบเอง ผ่านคนรู้จัก เพื่อเจรจาหาทางออก โดยมีการพูดคุยหลายรอบ แต่การนำทรัพย์สินมาชดใช้ยังไม่เป็นธรรมกับผู้เสียหาย ขณะที่เจ้าตัวยังพาดพิงว่าตนได้รับผลประโยชน์จากการทวงหนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง ล่าสุดเตรียมพิจารณาดำเนินคดีฟ้องกลับ ส่วนคดีหลักขณะนี้มีผู้ถูกแจ้งข้อหาแล้ว 3 ราย ในความผิดฐานลักทรัพย์และฉ้อโกง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายต่อไป