“ออยศรี” บุกสภาฯ ร้องสอบมูลนิธิองค์กรทำดี ซัด “บุ๋ม ปนัดดา” ดูถูกน้ำใจคนไทย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ออยศรี” บุกสภาฯ ร้อง กมธ.ป.ป.ง. สอบมูลนิธิองค์กรทำดี ซัด “บุ๋ม ปนัดดา” ดูถูกน้ำใจคนไทย ปมภาพสิ่งของบริจาคกองเหมือนขยะ ตั้งคำถามภาพความดีที่ผ่านมา ทำเพื่อช่วยคนหรือหวังผลประโยชน์ส่วนตัว

ที่อาคารรัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติดสภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือร้องเรียนมูลนิธิองค์กรทำดี จากนางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ “ออยศรี” เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ออยศรีและผองเผือก” และนายธนาคาร น้อยพิทักษ์ ทนายความ

นางสาวบุญยนุช กล่าวว่า ต้องการให้เรื่องนี้ให้ทุกคนให้ความสำคัญและมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีครั้งใหญ่ของประเทศที่จะปรับปรุงตรวจสอบ

 

ออยศรี ช่างภาพพีพีทีวี
ออยศรี

ป้องกันคนที่ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนและความมีน้ำใจของประชาชนคนไทย ในการหาประโยชน์ส่วนตัว

ด้าน นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะนำเรื่องเข้าสู่คณะพิจารณากลั่นกรอง ว่าแนวทางในการร้องเรียนนี้เกี่ยวกับความผิดมูลฐานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเกี่ยวข้องก็จะขอมติที่ประชุมเพื่อพิจารณาหากมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงตามอำนาจหน้าที่ และไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิหรือสมาคมต่าง ๆ หากมีเรื่องร้องเรียนต่อกรรมาธิการ มีการตรวจสอบแล้วหลายมูลนิธิเกี่ยวกับความผิดการรับเงินมาโดยชอบหรือไม่ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมูลนิธิหรือสมาคมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมเถื่อน ชมรม ที่รับเงินมาแล้วนำไปใช้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า หากเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้ก็จะดูว่าความผิดมูลฐาน อยู่ในอำนาจของกรรมาธิการที่สามารถดำเนินการได้ ก็จะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยยอมรับว่าด้วยระเบียบการจัดระเบียบคณะกรรมาธิการที่ออกมาใหม่ทำให้กระบวนการพิจารณาคำร้องเรียนของประชาชนเป็นไปอย่างล่าช้า พร้อมเน้นย้ำว่าแนวทางของคณะกรรมาธิการคือการขอความร่วมมือกับการใช้กฎหมาย ซึ่งขอความร่วมมือเป็นการเชิญมาอาจไม่จำเป็นต้องใช้กฎหมายหรือข้อบังคับ แต่หากไม่ให้ความร่วมมือจำเป็นต้องใช้กฎหมายอำนาจเรียกเพื่อมาชี้แจงข้อเท็จจริง

ด้านนายธนาคาร  กล่าวว่าในการแถลงข่าวของนางสาวปนัดดามีการเอ่ยชื่อ “คุณออยศรี” จึงพาไปแจ้งความร้องทุกข์ ยืนยันจะไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียวเพราะเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ และจะไม่ถอนฟ้องใดๆ ก่อนหน้านี้ก็ไปร้องเรียนต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลมาแล้ว ว่าขอตรวจสอบเกี่ยวกับมูลนิธิดังกล่าว และเพื่อให้มีการตรวจสอบในทุกมิติจึงมาร้องที่สภาผู้แทนราษฎรผ่านคณะกรรมาธิการ ป.ป.ง. แม้หน่วยงานที่ร้องจะมีอำนาจที่คล้ายกันก็ยืนยันยื่นทุกคณะให้ตรวจสอบ

โดยมั่นใจในข้อมูลพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน ตามที่หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรได้ให้สัมภาษณ์ ว่ามีการโอนส่วนตัวให้กับสามีไปจำนวน 200 ล้านบาท และใช้ส่วนตัว 300 ล้านบาท และยังมีการซื้อประกันชีวิตให้พ่อ ซื้อแก้วแหวนเงินทองทรัพย์สินเอามาใช้ส่วนตัว จึงถามว่าเกิดเรื่องเช่นนี้ในประเทศไทยได้อย่างไร องค์กรระดับประเทศรับบริจาคเงินของประชาชนแล้วนำไปใช้ส่วนตัว ยืนยันเรื่องนี้ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด

นางสาวบุญยนุช กล่าวว่า ไม่ทราบเลยว่า เงินที่ได้รับบริจาคเข้าไปยังมูลนิธิองค์กรทำความดีจะมีจำนวนมากขนาดนี้ และจุดเริ่มต้นมาจากสลิปการโอนเงินของตนเองเพียง 1,000 บาท หลังจากนั้นได้เจอกับช่างเอ๋ ผู้ที่ได้รับโอนเงิน จากนั้นก็มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามา จึงเลือกที่จะใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย และประเด็นหนึ่งเห็นว่านางสาวปนัดดามีการใช้บัญชีส่วนตัว สลับรับเงิน ทำให้ตนเองเข้าใจผิดว่าเป็นมูลนิธิเหมือนกัน

“จึงเป็นจุดน่าสงสัย ว่าเมื่อมีวิธีการแบบนี้ โอกาสที่จะจะนำเงินของประชาชนไปใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ก็ยังมีอยู่จึงเริ่มเดินเรื่องคดีทางอาญา” นางสาวบุญยนุช กล่าว

นางสาวบุญยนุช กล่าวด้วยว่าเดิมทีก่อนหน้านี้มีการตรวจสอบมูลนิธิเป็นหนึ่งอยู่แล้ว เป็นมูลนิธิที่มีคำพิพากษาออกมาแล้ว โดยการรับสารภาพของประธานมูลนิธิว่ามีการปลอมลายเซ็นผู้อื่นในการจัดตั้ง และเปิดรับบริจาค ตอนนี้มีพยานและหลักฐาน จากศาลว่ามีการโอนเงินของมูลนิธิเข้าบัญชีส่วนตัว แต่ยังไม่มีการชี้แจงว่าโอนเข้าไปทำอะไร และยังมีการโอนไปยังบัญชีของลูกชายภรรยาของลูกชาย และสามีของตัวเอง นอกจากนี้เห็นว่ายังมีมูลนิธิอื่นที่มีความตื่นตัว หากจะเป็นการทำหนังสือตรวจสอบ หากความผิดปกติ ก็จะร่วมหาทางออกกับประชาชนที่มีการติดต่อมา

พร้อมยินดีหากผู้เสียหายติดต่อใครก็ตามเช่นนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เพราะทุกคนต่างช่วยประเทศชาติ ซึ่งหากการประสานมาทางอย่างเดียวอาจจะไม่ทัน ถือว่าทนายตั้มลุกขึ้นมาช่วยก็ดี ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าไปตรวจสอบมูลนิธิคนตื่นธรรมของ นายณัฐพล บุญสา หรือเบียร์ คนตื่นธรรม ท้าให้ตรวจสอบ เบื้องต้นที่เปิดมาไม่กี่เดือน ตั้งข้อสังเกตว่าการขออนุญาตเปิดมูลนิธิถูกต้องหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการขอรับบริจาคเงินแต่ละครั้ง

“ที่เคยประกาศเอาไว้คือนำเงินไปซื้อที่ดินตรงวัตถุประสงค์หรือไม่ ต้องมาไล่กัน และตอนเช้านี้รับทราบว่าคุณเบียร์มีการลบโพสต์บางโพสต์ ยืนยันทางทนาย ได้ชี้แจงเล่าให้ฟังแล้วว่าเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว และน่าจะต้องยื่นตรวจสอบแล้วสำหรับคุณเบียร์” นางสาวบุญยนุช กล่าว

นางสาวบุญยนุช กล่าวว่า จากภาพสิ่งของบริจาคของประชาชน ที่กองอยู่เหมือนกองขยะ แต่อาจเป็นเงินของประชาชนที่โอนเข้ามาและมือที่ไปซื้อไว้ หลังจากนั้นตัวกรรมการมูลนิธิ หรือเหรัญญิก ได้ออกมาแล้วเมื่อวาน พยายามบอกว่าไม่รู้เห็นอะไร ซึ่งก็ต้องไปชี้แจงเอง แต่ตัวสิ่งของที่ปรากฏ ชี้ว่าคณะกรรมการแต่ละคนไม่เคยลงพื้นที่หรือเข้าไปในมูลนิธิ หรือไม่ เงินก็อยู่แค่กับนางสาวปนัดดา

“จึงงงมากว่ามูลนิธิองค์กรทำดีขับเคลื่อนมาได้อย่างไร ตอนนี้ประชาชนคนไทยโดนดูถูกจากคุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นอย่างมาก เหยียดหยามเกียรติและศักดิ์ศรีน้ำใจของคนไทยเป็นอย่างมาก พฤติกรรมใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ปรากฏออกมา โดยเฉพาะภาพข้าวของอาหารทั้งคนและสัตว์ อย่างอาหารสัตว์อย่างน้อยเอาไปให้สัตว์ที่เดินไปเดินมาแถวนั้นก็ดีกว่าเอาไปกองไว้เป็นกองขยะแบบนี้ ที่ผ่านมาพี่บุ๋มพูดว่าดูแลเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างดี ทั้ง ๆ ที่ภาพที่ออกมาวันนี้ทำให้ออยในฐานะบุคคลแรกที่ออกมาดำเนินการเรื่องนี้และเป็นผู้เสียหาย 1000 บาทที่โดนเหยียดหยามมาตลอด ทุกคนควรคิดได้แล้วว่าเลิกคิดเรื่องเงิน 1000 บาทแล้วหันไปมองว่าไม่ว่าเงินเท่าไหร่ ถ้าเอาไปให้คนที่ไม่รู้จักคุณค่าสภาพของมันภายหลังลับหลังก็จะเป็นแบบนี้ แต่เมื่อเขาอยากได้เงิน ที่ผ่านมาภาพความดีของพี่บุ๋มตั้งใจทำหรือเป็นความดีที่ต้องทำ เพื่อได้แลกมาซึ่งการเอามานำเสนอให้คนช่วยกันโอนเงินเพื่อเอาไปใช้ส่วนตัว ครอบครัว สามี ซึ่งไม่แฟร์กับประเทศไทย” นางสาวบุญยนุช กล่าว

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ