นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ผลักดันให้นำ กัญชา ออกจากบัญชียาเสพติด เพื่อใช้ทางการแพทย์และประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ออกมาเตือนว่า การจะ "ชักเข้าชักออก" อาจเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน และหลายคนที่ลงทุนธุรกิจกัญชาไปแล้ว จะเยียวยาอย่างไร เพราะนโยบาย "กัญชาเสรี" เพิ่งจะถูกนำมาใช้ได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้
นายอนุทิน แสดงความกังวลว่า หากมีการนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดจะกระทบบั่นทอนความเชื่อมั่นประชาชนต่อรัฐบาล ไปจนถึงเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะกับสถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้ ที่เราต้องการเม็ดเงินใหม่ๆ เข้ามา เพื่อกระกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า เอาแค่ในประเทศ มีประชาชนที่ลงทุนธุรกิจกัญชาไปไม่น้อย หลายครัวเรือนมีเงินเดือนเข้ามามากถึง 20,000 บาทต่อเดือน จากการเป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ปลูกกัญชา เอาผลผลิตให้โรงพยาบาล ให้สถานประกอบการ
คนกลุ่มนี้ไม่ได้เสกกัญชาขึ้นมาเอง แต่เขาสร้างโรงเรือน มีการลงทุนไปนับล้านบาท ตอนนี้ก็เริ่มมีการมาถามเรื่องการเยียวยากันแล้ว ว่าถ้าหากนำกลับไปเป็นยาเสพติด จะมีการช่วยเหลือเขาอย่างไร นี่คือเสียงจากรายย่อย ส่วนรายใหญ่ เชื่อว่าก็ต้องขยับออกมาเหมือนกัน
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เข้าใจถึงความเป็นห่วงเรื่องที่เด็กและเยาวชน เข้าถึงกัญชา ตรงนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ผลักดัน พ.ร.บ. มาตลอด แต่ก็ถูกตีตกไป มีการดึงเวลา ประวิงเวลา ทำให้ไม่สำเร็จ แล้ววันนี้ ก็จะมาดึงกลับเป็นยาเสพติด เรื่องนี้ ถ้าดี ก็ดีใจด้วย แต่ถ้าไม่ดี มีผลกระทบอะไร กับการนำกลับไป ก็ต้องรับผิดชอบ