ภาพของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมครอบครัว รวมถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไปปรากฏตัวที่รีสอร์ตหรูของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และร่วมร้องเพลงกันอย่างชื่นมื่น ได้ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่าง ๆ นานาว่า นี่เป็นสัญญาณ “ดีลลับ” อะไรหรือไม่? หรือนายทักษิณมีเหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังใดจึงต้องไปเยือนที่นั่น
เช็กโปรแกรม และผลการแข่งขัน "ฟุตบอล" ศึกโอลิมปิก ปารีสเกมส์ 2024
พรรคสีน้ำเงินครองวุฒิสภา
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เปิดเผยในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36 ว่า ก่อนจะวิเคราะห์พฤติกรรมของนายทักษิณ ต้องเข้าใจก่อนว่า ขณะนี้พรรคสีน้ำเงินกำลังมีอำนาจอย่างมาก ที่ชัดเจนที่สุดคือผลการเลือกประธานวุฒิสภา (สว.) ในวันที่ 23 ก.ค. 67
“ผลการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานคะแนนเป็นปึกแผ่นมาก ส่วน สว.พันธุ์ใหม่ได้คะแนนน้อยกว่าที่คาด โดยจะเห็นว่า ตอนเลือกประธานมี 19 เสียง พอเลือกรองฯ อันดับ 1 เหลือ 15 เสียง วันนี้คงมีการเมืองภายใน สืบไปถึงโควตากรรมาธิการ” รศ.ยุทธพรกล่าว
อาจารย์เสริมว่า สว. ไม่เหมือน สส. ที่เล่นเกมกันบนโต๊ะมากกว่า กรรมาธิการจาก สส. จะมาจากสัดส่วนที่นั่งชัดเจน มีคำอธิบาย ส่วน สว. ไม่มีพรรคการเมือง แต่มีการรวมกลุ่ม เกิดเป็น “พรรคการเมืองจำแลง” เกิดการแบ่งสรรที่นั่งในกรรมาธิการในลักษณะที่ไม่มีคำอธิบาย
“ยังไม่นับว่า สว.สีน้ำเงินจะมีสีอื่นมาผสมอีกหรือไม่ หรือสุดท้ายหลังเลือกวันนี้หลายคนอาจจะเห็นว่าถ้าอยู่กลุ่มเดิมอาจไม่รอด จะไปกลุ่มใหม่หรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่า ระบบกรรมาธิการสำคัญต่อการทำงานของทั้ง สส. และ สว. ในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร” รศ.ยุทธพรกล่าว และย้ำว่า “พรรคสีน้ำเงินทุกวันนี้โตวันโตคืนโตแบบเงียบ ๆ”
รศ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย เสริมว่า ชัดเจนว่านี่คือสภากินรวบ เป็น “เนวินสภา” ผลที่ออกมาทำให้เห็นว่า เบอร์ 1 พรรคน้ำเงินคือ นายเนวิน ชิดชอบ เพราะ นายมงคล สุระสัจจะ ที่เพิ่งได้ตำแหน่งประธานวุฒิสภามาหมาด ๆ มีความใกล้ชิดกับนายเนวิน ส่วนรองฯ อันดับ 1 อย่าง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ เป็นเพื่อนสนิทนายอนุทิน “เรียงตามลำดับอำนาจในพรรคน้ำเงินแล้ว ขอเรียกวุฒิสภาชุดนี้ว่าเนวินสภา”
ดุลอำนาจเปลี่ยน รัฐบาลต้องกลัวพรรคสีน้ำเงิน
รศ.ธนพรบอกอีกว่า ความสำเร็จของพรรคสีน้ำเงินในวุฒิสภาทำให้ดุลอำนาจเปลี่ยน จึงเกิดเป็นภาพที่รัฐบาลต้องพยายามลดความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์เรื่องกฎหมายกัญชา และการที่นายทักษิณไปเยือนเขาใหญ่
“คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรียกคุณอนุทินเคลียร์เรื่องกัญชา ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะถ้าเทียบช่วงปรับ ครม. เดือน เม.ย. ตอนนั้นคุณเศรษฐากำหนดเลยว่าต้องเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด” อาจารย์ธนพรกล่าว
เขาเสริมว่า “แล้วพอดุลอำนาจเปลี่ยน เกิด สว.สีน้ำเงิน ท่าทีของคุณอนุทินเปลี่ยนเป็นบดขยี้คืนเลย จากก่อนหน้านี้ประนีประนอมรักษามารยาท มาวันหนึ่งประกาศต่อหน้าธารกำนัลเลยว่า เรียนท่านนายก ผมไม่สบายใจเรื่องกัญชา และพร้อมโหวตสวน ซึ่งเป็นคำที่หนักหนาสาหัสในทางการเมือง”
อาจารย์ธนพรบอกว่า ด้วยเหตุนี้ นายใหญ่จึงต้องเดินทางไปดับไปด้วยตัวเอง และมองว่า ภาพที่เขาใหญ่ไม่มีดีลลับอะไรทั้งนั้น แต่เป็น “ดีลปกติ”
“ถ้านายใหญ่ไม่ดับไฟกัญชา ระยะยาวเจอฤทธิ์เดช สว.น้ำเงินแน่นอน จะเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย เพราะ สว.สีอะไร องค์กรอิสระก็สีนั้น ไม่ว่าจะพรรคเพื่อไทยระดับไหน ถ้าต้องเจอ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรา บปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เป็นสีน้ำเงินรับรองหลอนกิน” รศ.ธนพรกล่าว
อาจารย์บอกอีกว่า หากเปรียบเป็นหุ้น ต้องเรียกว่าหุ้นของพรรคสีน้ำเงินทุบนิวไฮติดต่อกันทุกวันมา 2 สัปดาห์แล้ว จากคะแนนโหวตประธานวุฒิสภาเห็นเลยว่า มีเสียงอยู่ถึง 3 ใน 4 เท่ากับว่าการจัดสรรโควตากรรมาธิการต่าง ๆ 20 ชุด ก็เท่ากับเป็นสีน้ำเงินไปแล้ว 16 ชุด
พลังประชารัฐอาจกลายเป็น “พรรคอกแตก” ?
จุดหนึ่งที่ รศ.ยุทธพรมองว่าน่าสนใจคือ ที่เขาใหญ่ ไม่มีใครจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคร่วมที่สำคัญ ไปที่นั่นด้วย นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ในอนาคตอาจจะเห็น “1 พรรค 2 ระบบ” คือ สมาชิกครึ่งหนึ่งของพรรคอยู่ข้างรัฐบาล ส่วนอีกครึ่งอยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็ได้
“ก่อนหน้านี้ผู้นำทางจิตวิญญาณเคยบอกว่า เรื่องวุ่นวายเกิดจากคนในบ้านป่า น่าสนใจ อาจเกิดระบบที่ว่า ครึ่งหนึ่งร่วมรัฐบาลไปเอาตำแหน่ง อีกครึ่งอยากร่วมก็ร่วมไม่อยากร่วมก็ไป เคยมีเคสตอนคุณเศรษฐา ฝ่ายค้านบางพรรคตัวอยู่ฝ่ายค้านแต่ใจโหวตเศรษฐาก็มี” อาจารย์ยุทธพรกล่าว
เขาเสริมว่า พรรคพลังประชารัฐมีโอกาสจะแตก เพราะตอนนี้มีประมาณ 40 ที่นั่ง ในจำนวนนี้ 20 ที่นั่งอาจอยู่ฝั่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อีกครึ่งหนึ่งอยู่ฝั่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รรัฐบาลเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอีกครึ่ง
โดยเฉพาะการรับนายวัน อยู่บำรุง เข้าร่วมพรรค เป็นการแสดงสัญลักษณ์ เพราะนายทักษิณเคยฉะคนในบ้านป่า แต่วันนี้คนจากพรรคเพื่อไทยกลับเดินเข้าป่าเสียเอง แต่ถึงอย่างนั้น รศ.ยุทธพรมองว่าเรื่องนายวันอาจไม่ได้กระทบนายทักษิณมากนัก เพราะบ้านอยู่บำรุงไม่ได้มีอิทธิพลเข้มข้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว