หลังเกิดกรณีดรามาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ตั้งชื่อพรรคใหม่ว่า “พรรคประชาชน” ซึ่งอาจขัดต่อระเบียบ กกต. เพราะชื่อดังกล่าวเคยถูกใช้มาก่อน ก่อนที่อาจารย์สมชัย อดีต กกต. อธิบายว่า หากใช้มาแล้วเกิน 20 ปี ก็สามารถนำมาใช้ได้อีก
ล่าสุดมีประเด็นดรามาใหม่ เมื่อ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หรือ "หมอวรงค์" กล่าวว่า “พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล” ที่อดีต สส. ก้าวไกลย้ายมาสังกัดแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชนนั้น อาจเข้าข่ายเป็นพรรคสิ้นสภาพ ไม่สามารถใช้เป็นพรรคการเมืองใหม่ได้
หมอวรงค์ ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กพร้อมติดแฮชแท็ก ระบุว่า #ทำไมต้องเสนอยุบพรรคประชาชน พร้อมอธิบายข้อความมีเนื้อหาว่า ตามที่พรรคประชาชนเกิดจากการที่นำพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มาเปลี่ยนชื่อพรรค จากการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ กกต. พบว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มีสาขาพรรค 3 สาขา คือ ภาคเหนือ 2 สาขา และภาคกลาง 1 สาขา ไม่มีสาขาภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ตามกฏหมายพรรคการเมือง กำหนดไว้ว่า พรรคการเมืองย่อมสิ้นสภาพ ถ้ามีสาขาพรรคการเมือง เหลือไม่ถึงภาคละ 1 สาขา เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 1 ปี นั่นหมายความว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ต้องมีสาขาครบทั้ง 4 ภาค ห้ามขาดหายไปติดต่อกันเกิน 1 ปี ถ้าไม่ครบก็ต้องสิ้นสภาพ
นอกจากนี้ยังระบุว่า จากข้อมูลหน้าเว็บไซต์ กกต. พบว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มีสาขาพรรคเพียงแค่ 2 ภาค ซึ่งไม่ครบ 4 ภาค และจัดตั้งตั้งแต่ปี 2555 เพื่อความโปร่งใส กกต. ต้องตรวจสอบและชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดการมีสาขาในแต่ละปี
ถ้ามีสาขาไม่ครบ 4 ภาค ติดต่อกัน 1 ปี จะเข้าข่ายการสิ้นสภาพของพรรคตามกฏหมาย นั่นหมายความว่าพรรคประชาชนจะไม่สามารถนำพรรคที่สิ้นสภาพ มาดำเนินการเปลี่ยนชื่อพรรคได้ และระบุว่า พรรคไทยภักดีจะไปยื่นเรื่องดังกล่าว ให้ กกต. ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฏหมาย พร้อมติดแฮชแท็ก #ฝ่ายค้านแห่งชาติ
เรื่องนี้ทีมข่าว PPTV สอบถาม รองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ให้ความเห็นว่า คงต้องให้ กกต.ตรวจสอบอีกครั้ง เพราะเป็นไปได้ว่าข้อมูลในเว็บไซต์ กกต. อาจไม่ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน แต่หากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีสาขาไม่ครบจริง ก็เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องไปดำเนินการตามขั้นตอน
ส่วนดรามาการใช้ชื่อพรรคประชาชน ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อระเบียบหรือไม่ รองศาสตราจารย์สมชัยกล่าวว่า หากชื่อพรรคที่หยิบนำมาใช้นั้น ถูกเลิกใช้มาเกิน 20 ปีแล้วย่อมนำมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งหากย้อนดูข้อมูลในอดีต พบว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชื่อพรรคประชาชนเคยถูกใช้มาแล้ว 4 ครั้ง คือ ในปี 2490, 2499, 2531, และ 2541 ในจำนวนนี้ 2 ครั้ง หัวหน้าพรรคเป็นนักการเมืองที่แยกตัวออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่ชื่อพรรคประชาชนที่ถูกใช้ครั้งสุดท้ายนั้น คือปี 2541 หรือเมื่อ 23 ปีมาแล้ว
ส่วนกรณีโลโก้พรรคประชาชนที่อาจคล้ายกับพรรคอนาคตใหม่นั้น รองศาสตราจารย์สมชัย ระบุว่า เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องพิจารณา ว่าคล้ายจริงหรือไม่ พร้อมอธิบายเจตนารมย์ของระเบียบของ พรป.พรรคการเมือง ที่ห้ามใช้ชื่อหรือโลโก้คล้ายพรรคในอดีตว่า เพราะเสี่ยงต่อการทำให้เกิดความเข้าใจผิดและนำคะแนนนิยมของพรรคในอดีตมาใช้ประโยชน์ และหากว่าใช้ซ้ำ ก็แค่แก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบไม่ได้มีโทษอะไร