หลังจาก "อุ๊งอิ๊งค์" นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 31 อย่างเป็นทางการ และกำลังเดินหน้าจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ ครม. “อุ๊งอิ๊งค์1” ท่ามกลางการคาดการณ์ของคนการเมืองหลายต่อหลายคนถึงอนาคตในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีคนที่ 31
โดยหนึ่งในนั้นคือ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ซึ่งมองว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร จะอยู่ได้ไม่เกินเดือนธ.ค.2567 หรือ ช้าสุดคือเดือน ม.ค.2568
โดยนายจตุพร ยังบอกอีกว่า เชื่อว่า ปัญหาที่อุ๊งอิ๊งค์ต้องเผชิญนั้นจะมากมายกว่านายเศรษฐา โดยสิ่งที่อุ๊งอิ๊งค์ต้องเตรียมรับมือ คือกรณีต่างๆในอดีตที่ถือเป็นบ่วงกรรมจริยธรรม ตั้งแต่กรณีข้อสอบรั่วขณะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีการตั้งกรรมการสอบไว้ และมีการเก็บหลักฐานไว้ครบถ้วน กรณีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ กรณีนอมินีทุนจีนสีเทาซื้อบ้านหรูสมัยที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตรวจสอบ และอีกกรณีซึ่งนายจตุพรบอกเพียงว่าเกิดขึ้นในต่างประเทศ
เปิดภาพนาที "คิวพี" นักแสดงซีรีส์ขี่เจ็ตสกีชนเรือหางยาวอย่างจัง!
นายจตุพร ยังประเมินว่าการตั้งรัฐบาลอุ๊งอิ๊งค์จะมีความยากลำบากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญจากคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน เพราะคำว่าจริยธรรมเป็นนามธรรม แม้บางคนจะผ่านข้อกฎหมายได้แต่ก็อาจถูกเอาผิดเรื่องจริยธรรมได้ และยังเป็นการเอาผิดแบบไม่มีเงื่อนเวลา เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการเอาผิดด้านจริยธรรมทางการเมืองไว้
นายจตุพร ได้ยกตัวอย่างกรณีของ ช่อ- พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า กรณีโพสต์ข้อความลักษณะพาดพิงสถาบันตั้งแต่ช่วงยังเรียนมหาวิทยาลัย แม้จะไม่มีความผิดทางอาญา แต่ก็มีความผิดทางจริยธรรมย้อนหลัง หรือกรณีของ ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ที่รับมรดกที่ดินจากพ่อ ก็โดนคดีรุกป่าทำฟาร์มไก่
ดังนั้นจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ การจะแต่งตั้งใคร เป็นรัฐมนตรี จึงถือเป็นความรับผิดชอบของนายกฯ ซึ่งในส่วนรัฐมนตรีบางคนที่ยังไม่โดนขณะนี้เพราะไม่มีใครไปร้อง หากมีการร้องให้มีการตรวจสอบเกิดขึ้น ก็มีสิทธิ์ที่จะโดนเช่นกัน