ยังต้องตามกันต่อ สำหรับรายชื่อคณะรัฐมนตรี รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้รายชื่อยังไม่นิ่ง เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจคุณสมบัติรัฐมนตรีอย่างเข้มข้น โดยเมื่อวานนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้พูดถึงไทม์ไลน์รัฐบาลอิ๊งค์ 1 ซึ่งคาดว่า ในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ หรือต้นเดือน ก.ย. รายชื่อคณะรัฐมนตรีจะเรียบร้อย และมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้นจะมีการถวายสัตย์ปฏิญาณแถลงนโยบายต่อรัฐสภา คาดว่าไม่เกิน 15 ก.ย. ซึ่งก็ยังต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และข้อกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม แม้ น.ส.แพทองธาร ยังไม่ทันทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเต็มตัว แต่ตอนนี้ มีกระแสว่ามีผู้เตรียมร้องเรียน น.ส.แพทองธาร จำนวนมาก อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่งหนังสือร้องเรียน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบกรณี น.ส.แพทองธาร มีตำแหน่งอย่างน้อย 3 ตำแหน่ง คือ รองประธานกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ , รองประประธานกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ และ ประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ซึ่งถือว่าเป็นพนักงานของรัฐตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4
แต่เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ได้ไปกินข้าว ร้องเพลง ที่แรนโชชาญวีร์ รีสอร์ทหรู ของนายอนุทิน ชาญวีรกูลนั้น ใครออกเงินให้ และหาก น.ส.แพทองธาร ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ทำความผิดตาม พระราชบัญญัติประกอบ ป.ป.ช. มาตรา 128 วรรคหนึ่ง ส่วนแรก ที่บัญญัติไว้ว่า “ห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณ เป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ...” ซึ่งบทบัญญัตินี้ ไม่ได้กำหนดจำนวนเงินไว้ ดังนั้นไม่ว่าจะรับเป็นจำนวนเท่าใด ก็ห้ามมิให้รับ
แนท เกศริน คว้า 2 เหรียญทองการแข่งขันเพาะกาย ที่ฟิลิปปินส์
ขณะเดียวกัน นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่าถ้าแยกจากข้อมูลจะพบว่าตอนนี้มีการร้องเรียนนายกฯอิ๊งค์ เป็นทางการแล้ว 2 ข้อ และที่เตรียมจะร้องเรียนอีกอย่างน้อย 3 ข้อ
โดยเรื่องที่มีการร้องให้ดำเนินคดีเป็นทางการแล้ว 2 เรื่อง คือ 1.กรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ให้สอบนายกฯอิ๊งค์ ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และ 2.กรณีผู้ไม่ปรากฏนาม ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ยุบพรรคเพื่อไทย และให้นายกฯอิ๊งค์ พ้นตำแหน่งนายกฯ ในข้อหาว่า พรรคเพื่อไทยปล่อยให้นายทักษิณ เข้าครอบงำพรรคผ่านนายกฯ เศรษฐา ในการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยอ้างคำวินัยฉัยศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักฐาน ซึ่งนายไพศาล มองว่าทั้ง 2 เรื่องนี้ หวังผลต่อการยุบพรรคเพื่อไทย และอาจจะทำให้ นายกฯอิ๊งค์ ติดคุก รวมถึงถอดถอนออกจากตำแหน่ง และถูกตัดสิทธิทางการเมืองด้วย
ส่วนอีก 3 คดีที่ปรากฏข่าวว่ากำลังจะดำเนินการ แต่ยังไม่ปรากฏตัวเจ้าภาพนั้น นายไพศาลระบุว่า 1.การร้องให้ยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปประชุมที่บ้านจันทร์ส่องหล้าในยามพลบค่ำ ของวันที่ 14 ส.ค. เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ในข้อหาว่า ยินยอมให้บุคคลภายนอกครอบงำพรรค 2.การร้องขอให้ถอดถอนนายกฯอิ๊งค์ ในข้อหาว่าขาดจริตธรรมอย่างร้ายแรงในกรณีการสอบเมื่อครั้งเป็นนิสิตจุฬาฯ โดยหาว่าทุจริตในการสอบ และ 3.กรณีปลุกผียายเนื่อมมากล่าวหาว่า น.ส.แพทองธารโกงที่ธรณีสงฆ์ของวัด เป็นการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง
นายไพศาลระบุอีกว่า นี่แค่ 7 วันก็ปรากฏโฉมคดีถึง 5 เรื่องแล้ว นี่คือความหฤโหดของการเมือง ยุคอนุรักษ์ปลาหมอคางดำ สมดังที่ปราชญ์ท่านกล่าวไว้ว่า “การเมือง คือ สงครามที่ไม่หลั่งเลือด” ยังไม่รวมถึงศึก IO ที่สร้างความหมั่นไส้ สร้างความเกลียดชัง และเตรียมปลุกระดมให้ผู้คนลุกขึ้นขับไล่ เพื่อก่อเหตุรัฐประหารเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา จึงน่าเห็นใจ น.ส.แพทองธาร อย่างยิ่ง เพราะไหนจะต้องดูแลแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ไหนจะต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ชาติบ้านเมืองได้ประโยชน์ ไหนจะต้องรับศึกกับกระบี่ไร้เงา และไหนจะต้องคอยป้องกันตัวจากกองทัพ IO หฤโหด
นอกจากนั้นนายไพศาล ยังมองว่า ท่าทีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งที่มีการออกมาให้สัมภาษณ์รวมถึงที่พูดบนเวทีล่าสุดถึงเรื่องนโยบายและแนวทางการดำเนินการต่างๆแม้จะบอกว่าเป็นการได้ยินมารับฟังมา แต่ก็มองว่าความมั่นใจ ของนายทักษิณจะยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้คนเกิดความหมั่นไส้ น.ส.แพทองธาร และเชื่อว่าหลังจากนี้น่าจะมีเรื่องร้องเรียนตามมาอีกแน่นอนไม่ต่างจากกรณีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้งเพียงแค่ 1 เดือนถูกร้องเรียนถึง 27 คดี และสุดท้ายก็ไม่สามารถเข้ามาทำงานการเมืองได้ทั้งที่เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ