เผย"ลุงป้อม"ดูดไปป์อารมณ์ดี แม้เพื่อไทยหักหลัง เย้ย ไม่มีทางปิดสวิตซ์ 3 ป.

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สามารถ เผย"ลุงป้อม" ดูดไปป์อารมณ์ดีไม่เครียด หลังเพื่อไทยไม่เอาร่วมรัฐบาล ท้า "อิ๊งค์" ลาออกเลือกนายกฯใหม่ ทวงคืนความเป็นธรรมให้ พปชร. เย้ยไม่มีทางปิดสวิตซ์ 3 ป.ได้

วันที่ 28 ส.ค. 2567 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กลุ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทย ส่งหนังสือเทียบเชิญพรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาล และสส.พรรคเพื่อไทย มีมติไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตนขอเรียกร้อง ให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้กับพรรคพลังประชารัฐ โดยทวงคำสัญญาอย่างลูกผู้ชาย ที่ไม่มีการเซ็นสัญญาแต่เป็นการให้คำมั่น รวมถึงการให้ตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งพรรคพลังประชารัฐก็ให้ความร่วมมือเต็มที่

ครม. ช่างภาพพีพีทีวี
นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

นายสามารถ ย้อนเหตุการณ์ วันที่นายเศรษฐา ทวีสิน ถูกพิพากษาให้ออกจากความเป็นนายกรัฐมนตรี มีการเรียกประชุมพรรคร่วมรัฐบาลที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพรรคพลังประชารัฐรวมอยู่ด้วย ในวันนั้นวงหารือ ระบุจะส่ง นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมดอยู่เหมือนเดิม แต่ต่อมามติของสส.พรรคเพื่อไทยกลับเสนอชื่อ น.ส.แพทองธาร เป็นนายกรัฐมนตรีแทน จากนั้น วันที่ 15 ส.ค. 2567 พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคได้แถลงและโหวตให้น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯโดยที่ไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นไปตามคำมั่นสัญญาแบบลูกผู้ชายที่ได้คุยกันไว้ ส่วนการแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนาน แต่เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่มีการเบี้ยวกัน หักหลังกันหรือไม่

นายสามารถ ยังกล่าวว่า วันนั้นพรรคพลังประชารัฐก็โหวตให้ทั้งหมด 39 คนขาดเพียงพลเอกประวิตรวงษ์ ที่ติดภารกิจงานเลี้ยงนักกีฬาโอลิมปิก และส่งชื่อเป็น 4 รัฐมนตรีคนเดิมที่เป็นมติของกรรมการบริหารพรรคและยังระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยไม่สบายใจบุคคลใดตามรายชื่อที่เสนอนั้นสามารถแจ้งรายชื่อกลับมาได้เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคมีมติเปลี่ยนคนได้

มรสุมกำลังแรงขึ้น-ร่องมรสุมเลื่อนต่ำลง จับตาหย่อมความกดอากาศต่ำ!

นายสามารถ ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐทำอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการไปเกาะเก้าอี้  หรือ ต่อรองขอตำแหน่งใด ๆ เป็นการยึดมั่นคำพูดของลูกผู้ชาย ที่ได้สัญญาไว้เท่านั้น แต่ในครั้งนี้ตนไม่เข้าใจ ที่พรรคเพื่อไทยไปเทียบเชิญคนนู้นคนนี้ ได้ถามน.ส.แพทองธาร แล้วหรือยัง

เมื่อถามว่า ที่สส.พรรคเพื่อไทย กล่าวหาว่า พล.อ.ประวิตร เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรคร่วมรัฐบาลเพราะไม่เข้าโหวต นายกรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง และอยู่เบื้องหลัง 40 สว. ที่ยื่นถอดถอนนายเศรษฐา นายสามารถ กล่าวว่า เขาก็เข้าใจไปแบบนั้น หาว่าพล.อ.ประวิตร เป็นปฏิปักษ์ แต่จริง ๆ แล้วพรรคการเมืองอื่น ที่ไม่ได้โหวตให้เป็นปฏิปักษ์มากกว่า แต่ของพรรคพลังประชารัฐโปรดให้ถึง 39 คน จนมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการไปดูรายชื่อ 40 สว.ที่ยื่นถอดถอนพบว่า มี 21 สว. ที่เคยบวชให้นายเศรษฐาทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี นั่นแปลว่าพวกนั้นรับไม่ได้ที่ในเศรษฐา แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และย้อนถามกลับพรรคพื่อไทยว่าตั้งนายพิชิต เป็นรัฐมนตรีทำไม ซึ่งมันมีกระบวนการตรวจสอบ

ส่วนที่กล่าวหาว่าพล.อ.ประวิตร อยู่เบื้องหลัง 40 สว. นายสามารถ กล่าวว่า หากพล.อ.ประวิตร อยู่เบื้องหลังจริงจะมีรายชื่อมากกว่า 40 คนหรือจะมาทั้งหมดก็ได้ และให้ไปดูว่าใน 40 สว. นั้นมีใครเป็นเพื่อนพล.อ.ประวิตรบ้าง ส่วนจะมีการเอาคืนหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าไม่เอาคืน แต่จะใช้กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งตนมั่นใจว่า ชาวบ้านจะเริ่มไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีว่าจะตระบัดสัตย์หรือไม่ ต่อไปนี้คำพูดจะเชื่อถือได้หรือไม่ ส่วนตัวตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยเห็นการหักหลังกันแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร มีอาการอย่างไรบ้าง นายสามารถ ระบุว่า ก็ยังดูดไปป์อารมณ์ดี ยังคงติดตามข่าวไม่มีความเครียดเพราะในอดีตก็เป็นถึงผู้บัญชาการทหารและอดีตรองนายกรัฐมนตรี ผ่านอะไรมาเยอะ ส่วนตัวขอเรียกร้องให้น.ส.แพทองธาร ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี และให้มีการโหวตเลือกใหม่ในสภา เพื่อความสง่างาม ขอแค่เพียงลั่นวาจาว่า ลาออกและทำการโหวตใหม่ และมาดูกันว่าจะมีคนเสนอชื่อแข่งหรือไม่

“ ซึ่งถ้าหากได้ 320 ถึง 350 เสียงก็ดี ถือว่าแข็งโป้ก ไม่ใช่บอกให้เขาโหวตแล้วก็ไม่โหวต อย่างนี้พักร่วมรัฐบาลพรรคอื่นก็ควรระวังไว้ด้วย ตนทวงความชอบธรรม "

ส่วนที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้แบ่งสส.ออกเป็นสองกลุ่มและพยายามจะร่วมรัฐบาลนั้น  นายสามารถ กล่าวว่า ตนไม่รู้เพราะยังไม่ได้คุย บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง พรรคมีกฎพรรค เขาให้ดำเนินการไปตามกฎของบ้านเมืองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ในพรรค ส่วนเรื่องที่สส.กลุ่มร.อ.ธรรมนัส นายสามารถถามว่าทำได้หรือไม่ พร้อมอ้างถึงคำพูดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าจะมาก็มาทั้งตัว นั่นหมายความว่าต้องมาทั้งพรรคหรือไม่ และตีความกันไปเองหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าประชาชนใหญ่กว่าพรรค ยังยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐไม่แตกและยังอยู่ที่เดิม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าพรรคพลังประชารัฐจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า เราต้องเคารพสส.ทุกคนที่มีความคิดความรู้ความสามารถ เพราะแต่บะคนคิดเห็นไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ก็คือมติพรรค ส่วนใครจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง

ทั้งนี้หากไปเป็นฝ่ายค้านแล้วมีการโหวตสวนมติ นายสามารถ มองว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ แต่สุดท้ายก็ต้องมีมติของพรรค อย่างกรณี สส.พรรคไทยสร้างไทย ทางพรรคก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ส่วนหลังจากนี้พรรคพลังประชารัฐจะมีขับสส. กลุ่ม ร.อ. ธรรมนัสหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรคตนไม่สามารถตอบแทนได้

เมื่อถามว่าเป็นการปิดสวิตช์ 3 ป. หรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าปิดไม่ได้อยู่แล้ว พล.อ.ประวิตรก็ยังเป็น สส. และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ ยืนยันว่าไม่สามารถปิดได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรมว.มหาดไทย ก็ยังดีอยู่ วันเกิดพล.อ.ประวิตร ก็ยังมาอวยพรให้อยู่ สายสัมพันธ์อันแนบแน่นมานานกว่า 50 ปีไม่สามารถตัดได้ง่าย ๆ

ส่วนจะทำงานร่วมกับพรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้หรือไม่ นายสามารถ มองว่า ฝ่ายค้านไม่จำเป็นต้องการความสามัคคีเหมือนพรรคร่วมรัฐบาล ยืนยันว่าสามารถทำงานที่ประชาชนมอบหมายได้ทุกมิติ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ