วันที่ 29 ส.ค. 2567 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เรื่องพรรคเพื่อไทย ไม่เชิญเข้าร่วมรัฐบาลว่า ตนได้แจ้งเข้าไปในที่ประชุมตามที่ปรากฏในข่าว ซึ่งเห็นว่าเลขาธิการพรรคพรรคเพื่อไทย ออกมาบอกว่าไม่เอาเป็นพรรคร่วม แต่ไม่ได้กล้าเอ่ยชื่อ ซึ่งก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ
ย้ำว่าเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย แต่เกี่ยวโดยตรงกับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีสัญญาประชาคมร่วมกัน
จากการที่พรรคพลังประชารัฐลงมติเห็นชอบ ให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และมีคำมั่นว่าจะให้มีที่นั่งในคณะรัฐมนตรี ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่นายกต้องดำเนินการตามที่ให้คำมั่นไว้
พร้อมยกกฎหมาย “มาตรา 362” หรือ “ป.พ.พ. มาตรา 362 “ คือ หนึ่งในมาตราของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “ บุคคลออกโฆษณาให้คำมั่นว่าจะให้รางวัลแก่ผู้ซึ่งกระทำการอันใด ท่านว่าจำต้องให้รางวัลแก่บุคคลใดๆ ผู้ได้กระทำการอันนั้น แม้ถึงมิใช่ว่าผู้นั้นจะได้กระทำเพราะเห็นแก่รางวัล“
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ก็ออกมายืนยันว่า มีพรรคพลังประชารัฐเข้าร่วมรัฐบาล ตนจึงอยากบอกว่าคนที่จะห่วง ควรห่วงนายกรัฐมนตรี เพราะการไปให้คำมั่น แต่ไม่ปฏิบัติตาม วิญญูชนก็จะว่าได้ ซึ่งอาจจะมีข้อครหาที่ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ โดยย้ำว่าไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณ แต่จะพูดถึงหลักการเพราะตามกฏหมายเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญก็เคยวินิจฉัย ในคดีที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยถูกถอดถอนมาก่อน และกล่าวต่อว่าในพรรคสบายมาก พลเอกประวิตรเองก็มีความสุข เข้มแข็ง และพร้อมที่จะบริหารไปจนไม่ไหวแบบที่เคยบอกก่อนหน้านี้
เปิดสถิติหวยออกประจำปี 2567 หวยออกวันไหนบ้าง ?
เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐจะฟ้องร้องนายกรัฐมนตรี หลังจากที่เป็นฝ่ายค้านเต็มตัวแล้วหรือไม่ นายไพบูลย์ระบุว่า เราเป็นพรรคผู้ใหญ่ คงไม่ฟ้อง แต่อยากบอกว่าความสำคัญคือคำมั่นสัญญา กับนายกรัฐมนตรี มีคำมั่นแล้วไม่ปฏิบัติตามก็จะเป็นข้อคอรหา แต่พรรคพลังประชารัฐก็ไม่ได้หวังว่าจะเปลี่ยนอะไร เมื่อนายกทำไปแล้วก็อยากให้ทำให้จบ
ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเรียกคณะรัฐมนตรีเข้าพบในวันที่วินิจฉัยคดีของนายเศรษฐา มีอะไรในคืนนั้นบ้างจะเป็นไม้เด็ดในการยื่นฟ้องหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่าไม่ทราบ ถึงทราบก็ไม่รู้ว่าจะบอกทำไม ส่วนเรื่องไม้เด็ดตนก็ไม่ทราบ คิดว่าคงไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ตอนนี้อยากจะย้ำถึงคำมั่นที่เคยให้กันไว้ก่อน โดยย้ำว่าไม่ต้องมาห่วงครับ สิ่งที่ตนเป็นห่วงตอนนี้ คือสถานะของรัฐบาลว่าเริ่มแบบนี้ จะไปได้ไกลมากเท่าไหร่
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เป็นข้อดีที่ไม่มีชื่ออยู่ในรัฐบาล เพราะไม่ต้องทำตามข้อบังคับ สส. ก็จะทำงานได้อย่างมีอิสระ ไร้ขีดจำกัด สามารถโหวตในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ ส่วนการที่พูดถึงเรื่องพรรคฝ่ายค้าน ก็เป็นแค่ระเบียบในสภาผู้แทนราษฎร แต่การทำงานจริงๆก็คือ ภาพพลังประชารัฐที่ตามอุดมการณ์
เมื่อถามต่อว่า หากเป็นฝ่ายค้านจะเคลียร์เรื่องใดก่อน นายไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นอะไร เป็นฝ่ายค้านเสียหายตรงไหน ในอดีตพรรคเพื่อไทยก็เป็นฝ่ายค้านมาก่อน แล้วตอนนี้ตนก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ เพราะหากว่า ไปร่วมรัฐบาลที่ไม่ทันไรนายกรัฐมนตรีก็มีปัญหาเรื่องคำมั่นที่ปฏิบัติไม่ได้ หากไปอยู่ด้วยพรรคเสียชื่อ ประชาชนจะมองเราในด้านไม่ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากรัฐบาลตั้งกลุ่มรายชื่อรัฐมนตรี ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นายไพบูลย์ ระบุว่า เป็นเรื่องของในครอบครัวพลังประชารัฐ คนอื่นไม่อยากให้เกี่ยว ที่เราสนิทสนมกันมาตลอด ไม่ต้องมาห่วงในพรรค ให้ห่วงท่านนายกฯ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรค มีมติจัดประชุมใหญ่ วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 / 2567 ในวันวันศุกร์ที่ 6 ก.ย. ซึ่งจะมีมติขับ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่มี ใครจะไปขับคนในครอบครัว ขอให้สื่อมวลชนไปเคลียร์ข่าวที่ลือออกไป เรามีความสุขที่จะอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนก็ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส และทราบว่าท่านก็มีความสุขเหมือนกัน
นายไพบูลย์ ยังยืนยันว่า สส. ในพรรคยังครบ 40 คน พร้อมกล่าวว่า “Yes” มีหัวหน้าคือ พล.อ.ประวิตร ส่วนถ้าลูกดื้อ จะทำอย่างไร นายไพบูลย์ ตอบเพียงว่า “รักกันหมด”