มาทำความรู้ "ชูศักดิ์ ศิรินิล" มือกฎหมายเพื่อไทย สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มาทำความรู้ "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ดีกรีมือกฎหมายเพื่อไทย สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล ชื่อเล่นว่า ตุ๋ย เกิดเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2491 ที่อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร เป็นบุตรของนายเชื่อม นางส้มล้ำ ศิรินิล สมรสกับนางประภาพรรณ ศิรินิล มีบุตรสาว 2 คน คือ ทพ.ญ. นฤมล ผลประเสริฐ และ พญ. ดลฤดี ศิรินิล

สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย ระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์ (เกียรตินิยมดี) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบเนติบัณฑิตไทย (สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา)  

 

 

เพื่อไทย พรรคเพื่อไทย
มาทำความรู้ "ชูศักดิ์ ศิรินิล" มือกฎหมายเพื่อไทย สู่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

และระดับปริญญาโท สาขากฎหมายเปรียบเทียบ จาก Southern Methodist University, Dallas, รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา  

ชูศักดิ์ เริ่มต้นการทำงาน รับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อปี พ.ศ. 2515 เรื่อยมาจนกระทั่งได้รับตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ ในระหว่างปี พ.ศ. 2532-2535 และได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงอีก 2 สมัยติดต่อกัน ระหว่างปี พ.ศ. 2532-2537 โดยภารกิจซึ่งทำให้เป็นที่รู้จักทั่วไปคือ การอนุญาตให้นักศึกษาจัดการชุมนุมร่วมกับประชาชน ภายในบริเวณมหาวิทยาลัย ระหว่างเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 นอกจากการเป็นอาจารย์ประจำที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้ว รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ยังเป็นอาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ส่วนงานการเมือง ชูศักดิ์ เริ่มสู่เส้นทางนี้ โดยการเป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคไทยรักไทย สมัยพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ ในปี พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2548 และยังเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรหลายคณะ ต่อมาภายหลังการยุบพรรคไทยรักไทย พ.ศ. 2549 รศ.ชูศักดิ์ ศิรินิล ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคพลังประชาชน และได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค

ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 ซึ่งมีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ชูศักดิ์ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแลรับผิดชอบงานด้านกฎหมาย ต่อมาภายหลังจากการพ้นจากตำแหน่งของนายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งพรรคพลังประชาชน ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้เสนอชื่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และจึงได้เข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ในปี พ.ศ. 2551 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 22 แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 12 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

ในปี พ.ศ. 2563 ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และในการเลือกตั้งอีก 3 ปีถัดมา ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ในลำดับที่ 4 และได้รับการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26 อีกด้วย

ภายหลังจากนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการมี มติเลือกชูศักดิ์ เป็นรักษาการหัวหน้าพรรค ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม ซึ่งปีเดียวกัน ที่ประชุมพรรคเพื่อไทยมีมติให้แพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และชูศักดิ์เป็นรองหัวหน้าพรรรคอีกครั้ง เขาจึงพ้นจากตำแหน่งรักษาการหัวหน้าพรรค 

และในวันที่ 4 ก.ย.2567 ได้มีการโปรดเกล้า ครม.แพทองธาร ซึ่ง "ชูศักดิ์ ศิรินิล" นั่งเก้าอี้ตำรวจตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ