ยังคงเป็นดรามาต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.2567 ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ตอนนั้นเป็นรองนายกฯ และปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ และนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมที่ จ.เชียงราย แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายไม่ได้อยู่ในพื้นที่นั้น
ล่าสุดมีหนังสือ มท 0100/324 ลงวันที่ 2 ก.ย. 2567 จากนายอนุทิน ถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ปมรายงานเรื่องผู้ว่าฯเชียงราย ซึ่งมีเนื้อหาแบบฟาดไม่ยั้ง
โดยหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ตามที่ได้ทำหนังสือ ลงวันที่ 30 ส.ค.2567 รายงานผลการดำเนินการ ให้ "นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์" ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชี้แจงเหตุไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย(นายอนุทิน ชาญวีรกุล) ได้พิจารณา ตามที่ปลัดกระทรวงฯรายงานผลมา เห็นว่า
1.กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายชี้แจงเหตุผลที่ไม่เดินทางกลับพื้นที่ในวันที่ 23 ส.ค.2567 โดยอ้างว่ามีเที่ยวบินเที่ยวสุดท้ายออกจากกรุงเทพมหานครในเวลา 19.40 น. และเกรงว่าภารกิจจะยังไม่เสร็จสิ้น แต่ได้เดินทางกลับในวันที่ 24 ส.ค.2567 เที่ยวบินเวลา 11.20 น. และเดินทางถึงจังหวัดเชียงรายในเวลา 13.11 น. นั้น หนังสือดังกล่าวระบุว่า "เป็นข้ออ้างที่ไม่อาจรับฟังได้"
เปิดโผ 30 ชื่อลุ้น "บัลลงดอร์" 2024 ไร้ เมสซี่-โรนัลโด้
นอกจากนั้นในหนังสือดังกล่าว ยังระบุว่ามี สายการบินหลายสายและหลายช่วงเวลาให้ผู้ว่าฯเลือกเดินทางได้ ประกอบด้วย สายการบินไทยเวียตเจ๊ทแอร์ ออกเดินทางเวลา 06.30 น., สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ออกเดินทางเวลา 06.50 น., สายการบินแอร์เอเชียออกเดินทางในเวลา 07.05 น. และ สายการบินไทย ออกเดินทางในเวลา 08.20 น.
ซึ่งเป็นเที่ยวบินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สามารถเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกับนายภูมิธรรม รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายมีความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการจะไม่เกิดกรณีนี้ขึ้น
2.กรณีที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายอ้างว่า ได้บอกปลัดกระทรวงมหาดไทย "ด้วยวาจา" ให้ทราบแล้วว่า ในวันที่ 23 ส.ค. 2567 ไม่สามารถเดินทางกลับพื้นที่ได้ และได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ บรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วม และร่วมคณะตรวจเยี่ยมแทนนั้น หนังสือดังกล่าวระบุว่า "ไม่มีหลักฐานใดๆ ประกอบ"
พรั้อมทั้งระบุว่าเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสามารถ บอกปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ ก็ต้องบอกโดยตรงต่อนายอนุทินได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์และทางไลน์ ดังที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เคยทำมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ในหนังสือ นายอนุทินยังย้ำว่า ถ้าผู้ว่าฯตั้งใจจะเดินทางกลับจากกทม.มาเชียงรายมาในวันที่ 24 ส.ค.2567 สามารถขอเดินทางร่วมกับนายอนุทินและคณะได้ แต่ผู้ว่าฯก็ไม่ทำ "เหตุผลนี้จึงฟังไม่ขึ้น"
3.ผู้ว่าฯ บอกปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่สามารถเดินทางกลับเชียงรายได้ แล้วปลัดฯอนุมัติตามที่แจ้งด้วยวาจา ทั้งที่เหตุผลที่อ้างนั้นไม่สามารถรับฟังได้ หนังสือดังกล่าวระบุว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยควรที่จะสั่งการให้ผู้ว่าฯ "เร่งเดินทางและกำชับให้ลงพื้นที่ให้จงได้" แต่ปลัดฯไม่ทำแถมไม่รายงานให้นายอนุทินทราบอีก
4.ที่นายอนุทิน ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าฯ ชี้แจงเหตุไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ให้ทราบภายใน 3 วัน ไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกระทำผิดวินัยตามมาตรา 90 จึงไม่เป็นเหตุให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งยุติเรื่องได้
แต่ปลัดกระทรวงมหาดไทย กลับเร่งสรุปความเห็นควรยุติเรื่องดังกล่าว โดยยังมิได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่ปรากฎพยานหลักฐานอันจะเชื่อได้ว่าผู้ว่าฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ด้วยความมุ่งมั่น อุตสาหะ เอาใจใส่ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามควรแก่กรณี
และ 5.การที่ผู้ว่าฯจังหวัดเชียงราย รายงานโดยใช้เหตุผลว่า การเดินทางกลับมายังพื้นที่ในช่วงเช้าของวันที่ 24 ส.ค.2567 เป็นระยะยะเวลากระชั้นชิดไม่ทันในการต้อนรับนั้น ทำให้เห็นว่า ผู้ว่าฯ ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นอกจากนั้น ผู้ว่าฯ ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธาธารณภัยจังหวัด ที่จะต้องประจำอยู่ในพื้นที่เพื่อบัญชาการเหตุการณ์และแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ก่อนที่ท้ายหนังสือจะย้ำ ว่า "นี่มิใช่เป็นการต้อนรับในลักษณะการตรวจเยี่ยมราชการโดยทั่วไป"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบการปฏิบัติราชการของกระทรวงมหาดไทย "จึงให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยนำข้อสังเกตดังกล่าวไปแก้ไขและดำเนินการเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก"
ลงชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย