จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ล้มล้างการปกครอง ของนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร จะส่งผลกระทบถึงคำร้องยุบพรรคที่ค้างอยู่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่
ล่าสุดทีมข่าวพีพีทีวี พูดคุยกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประเด็นคำร้อง ว่าเป็นคำร้องเรื่องอะไร หากเป็นเรื่องเดียวกันเรื่องนั้นก็ต้องจบ หากเป็นคนละข้อกล่าวหาก็ต้องเดินหน้าต่อไป
“บิ๊กเต่า” เตรียมมอบ “กุญแจมือ”เป็นของขวัญปีใหม่ให้อินฟลูฯ-นักร้อง-คนดัง เอี่ยวคดีดิไอคอน
แต่ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง คือ เรื่องพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง แต่คำร้องที่ กกต.คือ เรื่องครอบงำพรรค ซึ่งเป็นคนละประเด็นกันก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะศาลชี้เรื่องการล้มล้างการปกครองเพียงเรื่องเดียว ดังนั้น กกต.จึงสามารถเดินหน้าต่อได้เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
นายสมชัย ยังบอกว่า ทางกกต.เอง ก็ต้องมีการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป ว่ามีพยานหลักฐาน อย่างไร แต่ต้องเรียกผู้ร้อง หรือผู้ถูกร้อง มาให้ปากคำชี้แจง ก่อนตัดสินใจแต่ถ้า กกต.ไม่ทำอะไรเลย กกต. ก็จะถูกเล่นงานในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่กกต.ต้องทำ
แต่ส่วนตัวไม่สามารถบอกว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคหรือไม่ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับหลักฐาน เห็นเพียงแค่ว่าในปัจจุบัน นายทักษิณมีการพูดหลายครั้งและเป็นการพูดก่อนที่รัฐบาล หรือพรรคการเมืองจะตัดสินใจทำเรื่องต่าง ๆ ซึ่งมองว่าไม่เป็นผลดี โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่พอนายทักษิณพูดแล้วนำไปทำตาม ก็เป็นการกระทำที่ผิดปกติวิสัย ซึ่งจะกลายเป็นประเด็นได้
เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณ พูดให้กำลังใจผู้สมัครนายกฯอบจ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยว่าถ้าทำงานไม่ดีผมจัดการเอง แบบนี้เข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ นายสมชัย ก็บอกว่า จริง ๆ เป็นบรรยากาศของการพูดให้กำลังใจ เหมือนพูดทีเล่นทีจริง คงไม่ถึงขนาดเป็นการครอบงำ แต่ก็สามารถมีคนเอาไปร้องได้ ซึ่งวันนี้มองว่าการที่นายทักษิณจะพูดอะไรก็ควรจะประเมินสถานการณ์ต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะถ้าพูดเกินเลยไปแล้วความสะใจอาจจะมี แต่สิ่งที่กลับคืนมาอาจจะเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ
ส่วนหลังจากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องจะเหมือนการที่นายทักษิณติดปีกทางการเมืองเลยหรือไม่ นายสมชัย มองว่า คงไม่เพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย หากอดีตไม่ผิดแต่อนาคตทำผิดก็ถือว่าผิดอยู่ดี จึงต้องระวังไม่ใช่เหลิง ว่าไม่มีใครทำอะไรได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น
ส่วนกกต.จะใช้เวลาอีกแค่ไหนสำหรับพิจารณาคำร้องเรื่องยุบพรรคนั้น นายสมชัย ประเมินว่า อย่างน้อยก็ 2-3 เดือน เพราะปกติในวงรอบการทำงานกกต.ชุดเล็ก จะให้เวลา 30 วัน แต่ถ้าทำไม่เสร็จก็สามารถต่อได้อีก 30 วัน แต่ไม่ได้บอกว่าต่อได้กี่ครั้ง ตนก็ประเมินว่า น่าจะเสร็จภายในครั้งที่ 2 แต่ช้าที่สุดอย่างไรก็ไม่ควรเกิน 3 เดือน ที่ต้องส่งให้กกต. 7 คนวินิจฉัย เชื่อว่าจะจบภายใน 2-3 เดือนในขั้นของ กกต. หากไม่ผิดก็ถือว่าเรื่องนี้จะตกไป แต่ถ้าผิดก็ต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการยุบพรรค