“สันธนะ” แฉ ”นาย ต.“ เจ้าของตึกปอยเปต สนิทอดีตสารวัตรดัง!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“สันธนะ” แฉ ”นาย ต.“ เจ้าของตึกปอยเปต ปล่อยเช่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่แท้สนิทอดีตสารวัตรชื่อดัง เผยธุรกิจสีเทาฝั่งกัมพูชาเฟื่องฟูหลังไทยตัดไฟเมียนมา

จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ เรื่องการปราบปรามแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ โดยขู่ว่าเตรียมถอดสัญชาติเจ้าของตึก 25 ชั้นในปอยเปตนั้น

ล่าสุด นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ให้สัมภาษณ์พีพีทีวี บอกว่า นายทักษิณไม่สามารถถอดสัญชาติเจ้าของตึก 25 ชั้นได้ เพราะตึกนั้นมีเจ้าของเป็นคนสัญชาติกัมพูชา และมองว่าการออกมาให้สัมภาษณ์ทำทีว่าเจ้าของตึกเป็นคนไทย เพราะต้องการเบี่ยงประเด็นไปกระทบอีกตึกนึงที่มีเจ้าของเป็นคนไทยจริงๆ มากกว่า

คอนเทนต์แนะนำ
เปิดยุทธการอรัญ 68 ตัดเน็ต-สัญญาณมือถือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปอยเปต

สันธนะ ประยูรรัตน์ ช่างภาพพีพีทีวี
นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล

โดยนายสันธนะ ยืนยันว่า ตึก 25 ชั้นในปอยเปตที่อดีตนายกทักษิณพูดถึง มีเจ้าของชื่อ  “ก๊กอัน” ซึ่งเป็นนายทุนสัญชาติกัมพูชา ไม่ใช่คนไทย ส่วนตึกที่มีเจ้าของเป็นคนไทยนั้นจะเป็นตึกความสูง 18 ชั้น มีเจ้าของชื่อ ”นายตือ“ โดยบุคคลนี้นายสันธนะ อ้างว่า เบื้องหลังมีความสนิทสนม กับ อดีตสารวัตรนักการเมืองพรรคเดียวกันกับนายทักษิณ ที่ตอนนี้มีข่าวว่าแตกคอกันไปแล้ว

ส่วนตัวนายสันธนะ มองว่า อีกไม่นาน “นายตือ” คงเข้าไปพูดคุยกับนายทักษิณโดยตรง เพราะไม่สามารถพูดผ่านอดีตสารวัตรได้ และเชื่อว่า เมื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์กันแล้วเสร็จเรื่องนี้ก็คงเงียบไป

เมื่อถามว่า ทำไมนายทักษิณ ถึงให้สัมภาษณ์ลักษณะเหมือนมั่นใจว่า เจ้าของตึก 25 ชั้นเป็นคนไทย ถึงขั้นบอกว่าจะถอนสัญชาติ นายสันธนะ มองว่า นายทักษิณไม่แม่นเรื่องข้อมูลผู้ประกอบการและสถานที่จริงๆ คงแค่ฟังรายงานมาอีกต่อหนึ่งเท่านั้น ส่วนตัวเอง ที่เดินทาง เข้า-ออก ทั้งฝั่งเมียนมาและกัมพูชาอยู่ตลอด เห็นถึงการแก้ไขปัญหาอย่างไม่ตรงจุดของรัฐบาลเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ไปเน้นแก้ไขฝั่งเมียนมา ทั้งที่ตรงนั้นเป็นส่วนเล็กๆ มองว่า ถ้าอยากดำเนินการแบบหวังผลก็ควรจะต้องแก้ไขฝั่งกัมพูชาไปด้วยพร้อมๆกัน 

ขณะเดียวกันการตัดไฟ และ สาธารณูปโภคฝั่งเมียนมา กลับทำให้ธุรกิจฝั่งกัมพูชาดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะราคาค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งทราบว่าตอนนี้พุ่งสูงขึ้น และเริ่มมีการส่งสัญญาณให้รีบจับจองพื้นที่โยกย้ายมาทำธุรกิจสีเทาฝั่งกัมพูชากันแล้ว

นายสันธนะ ยังบอกอีกว่า จะดำเนินการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ รัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงเรื่องผลประโยชน์ด้วย อย่างฝั่งเมียนมาที่ตัดสินใจตัดไฟฟ้าได้ เพราะ ผลประโยชน์มีเพียงเฉพาะกลุ่ม แต่ขณะเดียวกันฝั่งปอยเปต กัมพูชา มีผลประโยชน์เรื่องรายได้กับคนของรัฐบาลโดยตรง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหมือนกับเมียนมา ได้

ส่วนที่คนคาดหวังให้นายทักษิณใช้ความสนิทสนมพูดคุยกับฝั่งกัมพูชาเพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น นายสันธนะก็มองว่า เป็นเรื่องยาก เพราะคนที่เคยมีผลประโยชน์ร่วมกันมาก่อน จะทำอะไรก็ลำบาก ทำได้แค่พูดคุยเรื่องการรักษาภาพลักษณ์หน้าตาประเทศ อย่างมากอาจ ขอความร่วมมือให้หยุดดำเนินการสัก2-3เดือน รอให้เรื่องเงียบแล้วกลับมาทำเหมือนเดิม

ส่วนที่นายทักษิณออกมาให้ข่าวสื่อลักษณะตั้งใจแอ็คชั่นปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายสันธนะ บอกว่าแค่ให้ข่าวอยู่ในประเทศจะพูดอะไรก็ได้ แต่ตัวเองตรวจในพื้นที่ก็ไม่เห็นมีการแก้ไขปัญหาอะไรเลย เมื่อถามว่าวงในได้ยินเรื่องการประสานส่วนตัวของนายทักษิณกับผู้นำฝั่งกัมพูชาบ้างหรือไม่  นายสันธนะ บอกว่า รู้แค่ว่ามีไปคุยเรื่องการสร้างภาพให้รัฐบาลเท่านั้น

นายสันธนะะบอกว่า การแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งกัมพูชา ไม่สามารถทำได้แบบกรณีของเมียนมา เพราะสาธารณูปโภคน้ำไฟกัมพูชาผลิตใช้เองได้ ซึ่งหากจะแก้ไขจริงๆ ต้องเน้นไปที่บุคคล เพราะส่วนใหญ่คนที่ข้ามไปไปโดยสมัครใจทั้งสิ้นไม่ใช่ถูกหลอก รัฐบาลต้องควบคุมคนเหล่านี้ให้ได้ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เพื่อมาหลอกคนไทยด้วยกันเอง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ