วันที่ 29 มี.ค. 68 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การแก้ไขปัญหาแผ่นดินไหว ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายประเสริฐ จันทรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุมพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กสทช. กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เป็นต้น
โดยเมื่อเริ่มประชุม นายกรัฐมนตรีได้แจ้งกับที่ประชุมว่า ขอทราบสถานการณ์ ที่กรุงเทพฯก่อน โดยในเวลา 13:20 น. ตนอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต จึงขอสอบถามกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าสิ่งแรกที่ควรจะเกิดขึ้นคืออะไร แผ่นดินไหวสิ่งแรกที่ควรจะเกิดขึ้นคือประชาชนควรจะได้รับรู้อะไรบ้าง เช่นในเรื่องของ SMS หรือไม่ หากใช่ หน่วยงานไหนรับผิดชอบเรื่องนี้
ทำให้นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยชี้แจงว่า ปภ.มีกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวจากกรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานเรื่องแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะแจ้งมาที่กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และแจ้งเตือนออกไปที่กสทช. ซึ่ฝแผ่นดินไหวเป็นสถานการณ์เดียวที่ไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ การแจ้งเตือนครั้งแรกคือการส่ง ส่งข้อมูลให้กสทช.ไปทั้งหมด 4 ครั้งโดยครั้งแรกเมื่อเวลา 14:42 น. โดยแจ้งเตือนให้ประชาชนสามารถเข้าอาคารได้กรณีที่มีความจำเป็น
นายกรัฐมนตรี จึงกล่าวเสริมว่า เป็นความรู้ใหม่ว่าแผ่นดินไหวไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ พร้อมสอบถาม กสทช. ว่าได้รับข้อมูลจาก ปภ. หรือไม่ เพื่อที่จะส่ง SMS ต่อประชาชน
จากนั้นนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. ได้ชี้แจงว่า ได้รับข้อมูลและส่งต่อ SMS ให้กับประชาชนในเวลา 14:44 น. โดยส่งได้เพียง 1 แสนถึง 2 แสนเบอร์เท่านั้น ซึ่งเราเพิ่งได้ Cell Broadcast มาเมื่อเดือนกรกฎาคม (วิธีการส่งข้อความสั้น ไปยังผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือหลายราย ในพื้นที่ที่กำหนด) ซึ่งยังไม่สามารถใช้งานได้ โดยในชั่วโมงแรก กสทช. ได้ทยอยส่ง SMS ไปรวมทั้งหมด 10 ล้านเบอร์โดยทยอยส่งทีละ 200,000 เบอร์ นอกจากนี้ได้สอบถาม ไปยังเครือข่ายโทรศัพท์ทรู และ AIS โดยโอเปอร์เรเตอร์ แจ้งว่า พยายามส่งข้อความภายในครั้งเดียวให้ได้มากที่สุด ซึ่งหากส่ง SMS มากกว่า 3 ล้านเบอร์ต้องใช้เวลามากถึง 5-6 ชั่วโมง โดยมีการส่ง SMS ไปยังประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ กทม. และในจังหวัดอื่นอีก 4 จังหวัด
ปภ. ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ครั้งแรกได้ส่งข้อความให้กับ กสทช. แจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงการเข้าอาคารได้ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากมี After Shock อยู่ประชาชนก็จะลงมาอย่างเร่งด่วนอาจจะไม่ได้กลับเข้าไปหยิบทรัพย์สิน และในครั้งที่ 2 และ 3 เวลา 16.07 และ 16.09 ต่อมาในเวลา 16.44 น. ปภ.ส่งข้อความให้ กสทช. แจ้งประชาชนกลับเข้าอาคารได้
นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า ปัญหาเราเห็นได้ชัดว่าการส่ง SMS ของเราช้าและไม่ทั่วถึง นี่คือปัญหาและเป็นข้อแรกที่ต้องแก้ไข ตนทราบดีว่า Cell broadcast เรายังใช้งานไม่ได้ ตนก็ผิดเองที่ไม่ได้ระบุว่าต้องส่งอะไรบ้าง เพราะตอนนั้นคิดว่าทุกฝ่ายต้องร่วมกันที่จะบอกรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่การสื่อสารกับโทรศัพท์ค่ายใหญ่ ๆ จะสามารถประสานงานและขอความร่วมมือได้อย่างไร จาก 1แสนถึง 2 แสนเบอร์ จะกลายเป็น 1 ล้านได้อย่างรวดเร็วได้อย่างไร SMS เป็นช่องทางหนึ่งที่จะสื่อสารได้อย่างรวดเร็วแต่สิ่งที่ไม่มาคือ SMS และชาวต่างชาติที่อยู่ด้วยนั้น มีการซื้อซิมของไทยในระยะเวลาสั้น ๆ มีการเตือนภัยพวกนี้หรือไม่ ขอให้ กสทช. และ ปภ. ช่วยประสานเรื่องนี้อีกครั้งว่าสามารถพัฒนาเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้าง และต้องตอบคำถามเรื่องนี้เพราะตนต้องตอบคำถามประชาชน
ตนสั่งการไปตั้งแต่ 14:00 น. ว่าให้ SMS เตือนทุกอย่างแต่ระบบไม่ออกจึงไม่ทราบว่า ต้องดูตรงไหนเพิ่มเติมอีก เมื่อมีการสั่งการจากทั้งมหาดไทย ทั้งนายกแล้วมันต้องไปส่วนไหนอีกถึงจะได้เร็วขึ้น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณทีวีที่รายงานสถานการณ์ภายใน 5 นาทีหลังแจ้ง ที่ภูเก็ตไม่รู้สึกอะไรมาก แต่เมื่อได้รับรายงานก็ได้ยุติการประชุมขณะนั้น ได้มีการสั่งการทันที
"ตอนนี้สิ่งที่ปรับปรุงได้คือ SMS เมื่อ Cell broadcast มาก็คงจะเป็นคำตอบได้ แต่แผ่นดินไหวตัวเองก็ไม่ทราบว่าต้องทำตัวอย่างไรก็ค่อนข้างที่จะเหมือนประชาชนคนไทยทุกคนที่เราไม่ได้อยู่ในประเทศที่มีแผ่นดินไหวเป็นประจำ อย่างคุณแม่ของตนเองจะอายุ 70 ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกคนคิดว่าตัวเองไม่สบาย เรื่องนี้คงต้องให้ความรู้เพิ่มเติม"
ขณะที่ด้านการคมนาคมนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ที่ประชาชนไม่สามารถกลับบ้านได้ เหตุรถไฟฟ้าต้องปิดให้บริการ
ซึ่งนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า ได้มีการมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างยกระดับที่เป็นโพรงใต้ดินให้มีการเข้าตรวจสอบทั้งหมดส่วนทางอากาศก็ได้ปิดน่านฟ้า ทันทีและเช็กในส่วนของโครงสร้างอาคารรันเวย์ให้มั่นใจและเปิดให้บริการได้ภายในชั่วโมงกว่า ๆ สำหรับโครงสร้างถนนทุกหน่วยที่รับผิดชอบก็ได้เข้าตรวจสอบทันที หลักๆกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบโครงสร้างที่มีความสุ่มเสี่ยงเช่นสะพานข้ามแม่น้ำ สะพานยกระดับทางพิเศษ ทางขึ้นลงเชื่อมระหว่างทางด่วน วิภาวดีดินแดง ที่มีเครนจากอาคารเอกชนร่วงลงมาลง สำหรับระบบราง เมื่อเกิดเหตุได้หยุดทั้งระบบเปิดให้บริการทั้งหมด เว้นแต่สายสีชมพู และสายสีเหลือง โดยสายสีชมพูขอปิดอีก 1 วัน เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าสามารถเปิดใช้งานได้พรุ่งนี้ ขณะที่ถนนทุกเส้นเปิดทุกเส้นทางตั้งแต่เมื่อวานนี้ มีเพียงบริเวณทางขึ้นทางด่วนดินแดง ถนนวิภาวดี ซึ่งหากช่วงบ่ายวันนี้สามารถนำสิ่งกีดขวางออกได้และมั่นใจว่าไม่มีอาฟเตอร์ช็อกที่ส่งผลกระทบอีก ก็สามารถเปิดใช้งานได้ตามปกติ
นายกรัฐมนตรี ยังฝากกระทรวงคมนาคมจัดเตรียมระบบ SMS สำหรับแจ้งเตือนประชาชนทันที และแนะนำเส้นทาง หากเกิดอุบัติเหตุหรือการจราจรเป็นอัมพาต ในกรณีอื่น ๆ เพราะครั้งหน้าไม่ควรจะเป็นแบบนี้
ด้านนายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมธรณีวิทยา รายงานสถานการณ์อาฟเตอร์ช็อก ว่าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เกิดอาฟเตอร์ช็อกประมาณ 100 กว่าครั้ง ความรุนแรงลดน้อยลงตามลักษณะการเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งแนวโน้มการเกิดอาฟเตอร์ช็อกจะเลื่อนไปทางทิศเหนือ ทางหิมาลัยและจีน ห่างไกลประเทศไทยออกไปกว่าเดิม พร้อมยืนยันว่ามีผลกระทบกับประเทศไทยน้อยลง หากความรุนแรงอยู่ที่ระดับ 5 ก็แทบจะไม่สามารถรับรู้ได้
ทั้งนี้จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ขณะนี้ยังไม่มีเทคโนโลยีสำหรับการเตือนภัยการเกิดแผ่นดินไหวล่วงหน้า