ลุ้นมติ! แพทยสภาชี้ขาดโทษแพทย์รักษา “ทักษิณ” รมว.สธ.ร่วมประชุมได้ 15 นาที

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แพทยสภาประชุมชี้ขาดโทษแพทย์ 3 ราย ปมรักษา “ทักษิณ” บนชั้น 14 รพ.ตำรวจ รมว.สธ.ใช้สิทธิวีโต้ ชี้แจงเดี่ยว 15 นาที

วันนี้ (12 มิถุนายน 2568) แพทยสภาจัดการประชุมเพื่อพิจารณาลงมติชี้ขาดกรณีแพทย์ 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บนห้องพิเศษชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยมีการระบุว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา จะเข้าชี้แจงการใช้สิทธิวีโต้ตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 เป็นเวลา 15 นาที โดยไม่อนุญาตให้ผู้ติดตามเข้าร่วม

 

 

 
 

ทักษิณ FB / สมศักดิ์ เทพสุทิน
ลุ้นมติ! แพทยสภาชี้ขาดโทษแพทย์รักษา “ทักษิณ” ส่วน "สมศักดิ์" ร่วมประชุมได้ 15 นาที

การลงมติในครั้งนี้ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากคณะกรรมการแพทยสภาไม่น้อยกว่า 47 เสียง จึงจะถือว่าเป็นมติชี้ขาด

ศ.คลินิกเกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา ได้ลงนามในหนังสือแจ้งรายละเอียดการประชุมครั้งนี้ ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยในหนังสือระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งความประสงค์ให้รัฐมนตรีฯ เข้าร่วมฟังการประชุม พร้อมผู้ติดตาม เพื่อชี้แจงตามอำนาจที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม

อย่างไรก็ตาม แพทยสภาได้พิจารณาแล้ว และแจ้งว่า ตามข้อบังคับการประชุมฯ ปี 2560 และมาตรา 24 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้เฉพาะสภานายกพิเศษเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมและแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมได้ โดยถือเป็นการประชุมลับ ไม่สามารถนำผู้ติดตามเข้าร่วมได้

ทักษิณ รายการเที่ยงทันข่าว
ลุ้นมติ! แพทยสภาชี้ขาดโทษแพทย์รักษา “ทักษิณ” ส่วน "สมศักดิ์" ร่วมประชุมได้ 15 นาที

สำหรับกำหนดการ นายสมศักดิ์ จะได้ชี้แจงต่อที่ประชุมในเวลา 12.00–12.15 น. ภายใต้หัวข้อ “เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ” ก่อนที่กรรมการแพทยสภาจะพิจารณาและลงมติ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกรณีที่นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ออกมาเปิดเผยว่า ตนได้รับข้อมูลจากแพทย์บางรายว่า มีความพยายามแทรกแซงการทำงานของแพทยสภา ทั้งในรูปแบบของการนำรถหรูไปส่งถึงบ้านกรรมการ และข้อเสนอเรื่องตำแหน่ง หากมีการลงมติตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวหาว่า มีแรงกดดันต่อกรรมการแพทยสภาบางรายที่ดำรงตำแหน่งในมหาวิทยาลัย โดยผ่านกลไกของอธิการบดี และมีการขู่จะตัดงบประมาณ หากไม่ลงมติตามที่กำหนดไว้

จากข้อกล่าวหาเหล่านี้ น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไร้หลักฐาน เป็นการสร้างข่าวลือที่ไม่มีความจริง และเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 

ทั้งนี้ ผลการประชุมในวันนี้จะถือเป็นที่สิ้นสุดของกระบวนการพิจารณาทางจริยธรรมในระดับแพทยสภา หากมีฝ่ายใดไม่เห็นด้วย ยังสามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองได้ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

"สมศักดิ์" เผยก่อนเข้าประชุมแพทยสภาวาระลงโทษ 3 หมอ "ห่วงแพทยสภาจะลงมติ โดยมีม็อบมาบีบบังคับให้เขาลงมติ"

นายสมศักด์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ เปิดเผยก่อนการประชุมแพทยสภาในวันนี้ โดยหนึ่งในวาระที่สำคัญคือการพิจารณามติลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บริเวณชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ระบุว่า เวลา 15 นาที ถึงจะเป็นเวลาที่น้อยสำหรับข้อมูลทั้งหลาย แต่ตนจะพยายามทำความเข้าใจให้กับคณะกรรมการแพทยสภา และจะมีเอกสารมอบให้ส่วนหนึ่ง และแพทยสภาคงจะอ่านช่วยและทำความเข้าใจ

ตนจะทำเพื่อแพทย์ คนหนุ่มคนสาว ทำเพื่อคนที่ต้องอยู่ในวิชาชีพนี้ ไม่ทำให้เกิดความเกลียดชังหรือประเด็นอย่างอื่น ตนจึงตัดสินใจมาด้วยตนเองวันนี้

ส่วนหนังสือที่นายกแพทยสภาส่งไปให้นายสมศักดิ์ มองว่าเป็นการตอกหน้าหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของท่าน ที่จะสามารถกำหนดระยะเวลา ตนเข้าใจเพราะเป็นการประชุมลับ ไม่ว่ากัน เรื่องนี้เป็นโอกาสและเป็นทิศทางของการทำงาน กฎหมายเป็นเครื่องมือของการทำงาน เรายอมรับในประเด็นของกฎหมาย ไม่มีปัญหา

นายสมศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า “ผมเป็นห่วงว่าคณะกรรมการแพทยสภาจะลงมติโดยมีม็อบมาบีบบังคับให้เขาลงมติมากกว่า แต่ตัวผมเองไม่ได้เป็นห่วงอะไร”

"หมอตุลย์" ร่วมสังเกตการณ์ประชุมแพทยสภา ปมชั้น 14 ทักษิณ 

วันนี้ (12 มิถุนายน 2568) ณ อาคารมหิตลาธิเบศร นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ศิษย์เก่าคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การประชุมแพทยสภา ซึ่งจะมีการหารือและลงมติเกี่ยวกับการลงโทษกลุ่มแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14

นพ.ตุลย์ เปิดเผยว่า ตนมีความตั้งใจที่จะมาพบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะนายกพิเศษของแพทยสภา ซึ่งจะเข้าร่วมประชุมในวันนี้ด้วย 

อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่ได้เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด นพ.ตุลย์ แสดงความเห็นว่า การที่กลุ่มเครือข่ายแพทย์และประชาชนเดินทางมาให้การสนับสนุนมติของแพทยสภาในวันนี้ ไม่ได้เป็นการสร้างความกดดันให้กับคณะกรรมการแพทย์แต่อย่างใด แต่เป็นการแสดงออกถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้ และตนเชื่อว่าเรื่องนี้มีความชัดเจนมากพอแล้ว ต่อให้ นายสมศักดิ์ จะเดินทางเข้ามาให้ความเห็นเพื่อวีโต้แพทยสภา ก็เชื่อว่าจะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงใดๆ

นพ.ตุลย์ ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอให้ลงมติแบบเปิดเผย แทนการลงมติแบบลับส่วนตัว โดยระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นการลงมติแบบเปิดเผยหรือแบบลับ สิ่งที่คาดหวังในวันนี้คือ คณะกรรมการทั้ง 60 ท่านที่เข้าร่วมประชุมจะออกเสียงเป็นเอกฉันท์และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ในส่วนของข้อเสนอจากแพทย์บางกลุ่มที่ขอให้ยกเลิกตำแหน่ง "สภานายกพิเศษ" ซึ่งเป็นตำแหน่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขทุกสมัยที่เข้ามาบริหารงานนั้น นพ.ตุลย์ มองว่า ตำแหน่งดังกล่าวไม่จำเป็นต้องยกเลิก แต่รัฐมนตรีที่เข้ามาบริหารงานกระทรวงสาธารณสุขต้องสามารถแยกแยะได้ว่าเรื่องใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและวงการสาธารณสุข มากกว่าคำนึงถึงพรรคพวกของตนเอง

นพ.ตุลย์ เสริมว่า ตำแหน่งนี้แม้จะเป็นบุคคลทางการเมือง แต่มีหน้าที่ในการช่วยสนับสนุนทางด้านงบประมาณและระดับนโยบาย ซึ่งสามารถทำงานร่วมกันได้ด้วยดี เพียงแต่ในกรณีการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่โรงพยาบาลตำรวจ ชั้น 14 นั้น จำเป็นต้องเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการแพทยสภาในฐานะตำแหน่งสภานายกพิเศษ

ทั้งนี้ นพ.ตุลย์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในอดีตที่ผ่านมาตลอด 40 ปี ไม่เคยปรากฏว่ามีรัฐมนตรีคนใดเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการแพทยสภา มีเพียงการเข้ามาแนะนำตัวเมื่อเข้ารับตำแหน่งเท่านั้น 

“สมศักด์” ยันไม่มีเจตนาอุ้มแพทย์รักษาทักษิณ ชี้เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว กลัวการลงโทษแพทย์ที่มีเจตนาดี กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่

ภายหลังการประชุมแพทยสภา พิจารณามติลงโทษแพทย์ 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บริเวณชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในกรอบระยะเวลา 15 นาทีตามที่กำหนดไว้นั้น

ล่าสุด นายสมศักด์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษ เปิดเผยว่า ได้เข้าไปใช้เวลา 15 นาที พอหมดเวลาก็ออกตามมารยาท ได้เอาเอกสารที่เตรียมมาให้ทั้งหมด 10 หน้า

ในส่วนของกฎหมายมีการฝากไว้ 2 หน้า ในเรื่องของผู้มีสิทธิ์ในการเข้าประชุม เป็นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเป็นส่วนของฝ่ายกฎหมายฝากติดไป ตนได้อธิบายตามที่เคยอธิบายไว้ในเรื่องของการลงโทษทั้งหลาย และเพิ่มเติมในส่วนของจริยธรรม ซึ่งมีในเอกสารในช่วงสรุป

นายสมศักด์ กล่าวว่า ถ้าหากการลงโทษตรงนี้เป็นบรรทัดฐานใหม่ และลูกหลานของคนไทยที่เป็นแพทย์จะขาดความมั่นใจในการรักษาผู้คนหรือไม่อย่างไร และจะเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นกับคนป่วยที่ไม่ได้เกิดโอกาสทุ่มเท

ตนยกตัวอย่างว่าโรงเรียนแพทย์ หรือโรงเรียนในมหาวิทยาลัย เวลาเราส่งคนไข้จากหน่วยบริการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติไปโรคหนึ่ง เขาดู 3 โรคกลับมา ค่ารักษาก็เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าการเอาใจใส่ดูแลก็ไม่ได้ผิดอะไรมากมาย และต้องจ่ายเงินไปตามที่รักษาด้วย

นายสมศักด์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงมีเช่นนี้ และตนเน้นย้ำในคณะกรรมการของ ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ใช้เวลา 5 เดือนกว่ากับการส่งคำพิจารณาโทษลงไป และอยู่ ๆ เป็นคณะกรรมการจริยธรรมกลั่นกรองก่อนประชุมบอร์ด 7 วัน มาประชุมใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน และมีการปรับแก้โทษทั้งหมด บอร์ดก็ไม่ได้อ่านโดยละเอียด ก่อนลงโทษไปในแนวทางนี้

ตนได้ให้แนวต่าง ๆ ในเอกสารไป 4 ข้อท้ายบอกว่าถ้าเป็นลูกหลานเขาเอง หรือถ้ามีความรู้สึกผิดอยู่ในใจบ้างก็ขอให้ทบทวนเถอะ ให้เป็นแนวทางต่าง ๆ ตนใช้เวลาเต็มที่เท่าที่ได้

เรื่องผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนโหวตนั้น นายสมศักด์ มองว่า เดี๋ยวจะเป็นปัญหาวันข้างหลัง เดี๋ยวจะมีมือที่สามมาฟ้องร้องอะไรต่าง ๆ เข้ามาอีก เป็นเรื่องของกฎหมาย ถ้าไม่บอกเล่าแล้วไปพูดทีหลังไม่มีประโยชน์ การขึ้นโรงขึ้นศาลทำให้รัฐเสียเงินเสียทองมากมายเปล่า ๆ เพราะฉะนั้นอะไรที่เริ่มด้วยดีก็ขอให้เดินหน้าไป

นายสมศักด์ กล่าวว่า ตนเห็นผลโพลสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ที่ว่าเรตติ้งแพทยสภาตกไป ไม่เห็นด้วยถึง 54% เขาก็บอกว่าถ้าเราเดินไม่ดี องค์กรที่น่าเชื่อถืออย่างสูงจะถูกลดความน่าเชื่อถือลงไป

ส่วนความหมายที่ว่า “ตีวัวกระทบคราด” ในเอกสารนั้นก็หมายความอย่างนั้น หมายความว่าโกรธคนหนึ่งก็ไปตีอีกคนหนึ่ง คนที่ถูกตีก็เจ็บแล้วไปกระเทือนกับทั้งระบบ หมอที่เกิดมาใหม่แล้วไม่มีใครอยากให้ทำหน้าที่ตรงนี้ พวกเราก็เดือดร้อน ขณะนี้หมอทั่วประเทศขาดอยู่กว่า 3 หมื่นคน

ส่วนแพทยสภามาครบ 70 คนหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเขาไม่ให้ตนรู้หรอก เห็นว่าเต็มห้อง

ส่วนอะไรคือสิ่งที่สะท้อนอยู่ในใจมากที่สุด นายสมศักด์ กล่าวว่า หน้าที่ตนก็จบในเรื่องแพทยสภาแล้ว มาทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ ตนเห็นในมาตรา 24 ที่สามารถชี้แจง ทำความเข้าใจ เพิ่มเติมในส่วนที่แนวคิดต่าง ๆ ได้ ก็ทำให้ครบ ถ้าผลโหวตออกมาไม่ตามที่ตนวีโต้ ก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นแล้ว ก็จะมีเรื่องของหมอที่จะต้องถูกสอบตามมาอีก ต้องไปดูคนใหม่

ส่วนตำแหน่งนายกสภาพิเศษ นายสมศักด์ กล่าวว่า ตำแหน่งนี้ตนไม่ได้คิดอะไร มาทำตามหน้าที่ ถ้าไม่ทำตามหน้าที่ตนจะถูกร้องเรียนได้ เพราะคนที่ร้องเรียนเขาก็จ้องที่จะร้องเรียนอยู่ และมีคนที่ทำหน้าที่ตรงนี้เยอะ การทำหน้าที่ไม่ใช่สบายนักหรอก ต้องทำการบ้านต้องดูต่าง ๆ ตนก็พยายามทำให้ดีที่สุด มีงานมากก็เหนื่อยมาก แต่บางทีเป็นงานเกี่ยวกับคนทะเลาะกัน

นายสมศักด์ กล่าวว่า “ผมจะไปทะเลาะกับใคร เกิดมาในชีวิตเป็นนักการเมืองก็นานแล้ว คุณจะเห็นว่าผมเป็นนักการเมืองที่มีผลกระทบกับเพื่อนนักการเมืองน้อยที่สุด ตนพยายามทำอะไรที่เป็นหน้าที่ของเรา ไม่ใช่หน้าที่เราก็อย่างไปยุ่งหน้าที่อื่นเขา”

ตำแหน่งนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย ในกฎหมายแต่ละฉบับจะทำใหม่บางครั้งต้องถึง 2 ปี แล้วใครจะมีเวลาทำเรื่องนี้ พูดไปเสียเวลาเปล่า เป็นคนที่ไม่รู้ในเรื่องขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร และสภาฯ ดำเนินการในเรื่องกฎหมายอย่างไร กฎหมายนี้เป็นมาตราใหญ่ต้องแก้โดยสภาผู้แทนราษฎร มีวุฒิสภา มีเรื่องต้องขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ ใช้เวลาต่าง ๆ

นายสมศักด์ กล่าวว่า กรณีที่มีคนมองว่าตนกำลังอุ้มแพทย์ที่อยู่ฝั่งนายทักษิณนั้น ไม่ใช่หรอก เพราะเรื่องอดีตนายกฯ นั้นจบผ่านไปแล้ว แต่เรื่องการลงโทษแพทย์นี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ ลูกหลานคนเรียนแพทย์นั้นจะสะดุ้งกลัว หนาวสั่นกันไปเปล่า ๆ เพราะการทำเจตนาดี

ยกตัวอย่างเรื่องนักศึกษาที่อดอาหารประท้วงเสียชีวิต มีกรรมการสิทธิมนุษยชน และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาหาตน ขอให้ทำเรื่องบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว สุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะทำอะไรไม่ได้ เพราะการอยู่ในเรือนจำนั้นมีแพทย์จำกัด ทั้งกรมมีแพทย์อยู่ 8 คน แถวคลองเปรม 5 เรือนจำ มีผู้ต้องขัง 3 หมื่นกว่าคน มีแพทย์ 8 คน ไม่มีเวรยามที่เป็นแพทย์ เพราะฉะนั้นเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย คนอายุ 70 ขึ้นไป กับคนอายุ 20 ปี เข้าไปในเรือนจำ คนอายุ 20 ปีไม่ค่อยรู้อะไรหรอก แต่คนอายุ 70 ปีขึ้นไปมีเรื่องความดันขึ้นหรือเรื่องที่ต้องระมัดระวัง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ