นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางมาที่การรถไฟแห่งประเทศไทย หัวลําโพง จากกรณีที่เคยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ฟ้องขับไล่เพิกถอนและเรียกค่าเสียหายกับผู้ที่อยู่และอาศัยอยู่ในดินบริเวณเขากระโดง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปลายปี 2567
โดยทนายอั๋น กล่าวว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทบริเวณแยกเขากระโดงดังกล่าว หากแต่ไม่ได้แสดงความจริงใจ ในการจะทวงคืนที่ดินอันเป็นสมบัติของชาติคืนแต่อย่างใด
กรณียื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดก็เป็นเพียงการซื้อเวลาอันเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น หรือไม่
การที่กระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำสั่งของคณะกรรมการเพิกถอนเขากระโดงชุดเดิม เห็นว่า เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองซึ่งไม่น่าจะมีผลทำให้สามารถเพิกถอนโฉนดในพื้นที่พิพาทเขากระโดงได้แต่อย่างใด ไม่ต่างกับการโยนคดีนี้ไปยังศาลปกครองสูงสุด ซึ่งไม่มีผลทำให้เพิกถอนโฉนดในที่พิพาทเขากระโดงได้แต่อย่างใด
ซึ่งหนทางเดียวในการที่จะทวงคืนที่ดินเขากระโดงได้คือการไปฟ้องขับไล่ เพิกถอนโฉนด เรียกค่าเสียหาย ต่อศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เท่านั้น
ขณะที่ตนไปเห็นเพจหนึ่ง เขาเรียกว่าเป็นทีม PR ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งข้อมูลที่ตนเอามาเอามาจากเพจนี้ จะเห็นว่าสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบเป็นรัฐมนตรีนั้น เขาได้สร้างเสื้อทีมขึ้นมาว่าทีมของคนรถไฟเป็นอัตลักษณ์ของการรถไฟ
แต่เวอร์ชันแรกลักษณะสีน้ำเงิน คล้ายกับสีของพรรคการเมืองพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เมื่อกระทั่งปีที่แล้วได้มีการเปลี่ยนรัฐบาล ได้เปลี่ยนเป็นโทนสีเข้มขึ้นมาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเปลี่ยนโทนสีใหม่หรือเข้าใจว่าสีเดิมเวอร์ชันแรก มันจะแบบสีใกล้กับเสื้อพรรคการเมืองเกินไปหรือเปล่า
ทีนี้ เสื้อตัวนี้มีความสำคัญอย่างไร ทราบมาว่าเสื้อแบบนี้ใครไม่ใส่จะไม่สามารถมาร่วมงานกับการรถไฟได้ เช่นถ้าหากมีการจัดงานแล้วถ้าไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้มาก็จะไม่สามารถเข้าร่วมงานนั้น ๆ ได้
ทั้งนี้ ฝากไปยังรัฐบาลทวงจะทวงคืนจริงไหมหรือนี่คือเกมการเมืองเพราะที่ดินเขากระโดงถูกใช้เป็นเกมการเมืองมา 40-50 ปีตั้งแต่สมัยจอมพลถนอมกิตติขจรคดีตั้งแต่ปี 2513
ต่อมาปี 2514 จอมพลถนอมกิตติขจรได้มีการยึดอำนาจและได้มีการไปทัวร์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่เขากระโดงแห่งนี้กระทั่งมาปี 2515 ได้มีการออกโฉนดขึ้นมาได้ในปีนั้น