“ภูมิธรรม” เพิ่มเงินเยียวยาเหตุปะทะชายแดน ไทย-กัมพูชา แสดงความเสียใจ 3 ทหารเหยียบกับระเบิด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ภูมิธรรม” เพิ่มเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บรุนแรง- จนท.รัฐ ทหาร ตำรวจ 10 ล้าน/ราย พร้อมแสดงความเสียใจ 3 ทหารเหยียบกับระเบิด

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว และร่วมส่งประชาชนผู้อพยพเดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยการเดินทางกลับครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาหยุดยิงระหว่างไทย - กัมพูชาบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ที่ประเทศมาเลเซีย

ไทย-กัมพูชา ทำเนียบรัฐบาล
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.สุรินทร์

โดยให้สัมภาษณ์กรณี เจ้าหน้าที่ทหารเหยียบกับระเบิด ที่บริเวณรอยต่อช่องโดเอาว์ - กฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาว่า ตนได้รับรายงานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นกองร้อย ร.111 ขณะนี้กำลังตรวจสอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ไม่ใช่ในหมู่บ้าน แต่เป็นพื้นที่ที่มีการดำเนินการเจาะเป็นช่อง เพื่อเป็นการป้องกันการหลุดรอดเข้ามา แต่ถึงอย่างไรตนขอแสดงความเสียใจกับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทางปฏิบัติไม่ใช่การที่จะนำไปสู่ความเข้าใจกัน แต่อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เรามีการบันทึกรายละเอียดส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ เพราะอย่างไรเราก็ต้องบันทึกในเรื่องนี้ เพื่อจะนำเข้าสู่อนุสัญญาออตตาวาว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ แต่เราก็ต้องดำเนินการตรวจและระมัดระวัง เคลียร์พื้นที่อื่นตามไป ซึ่งจังหวัดสุรินทร์ได้มีการเคลียร์พื้นที่ไปแล้วกว่า 400 ลูก 

อยากให้เจ้าหน้าที่ใช้ความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งเกี่ยวเนื่องกับการปะทะ ที่รุนแรงและมีการวางกับระเบิด ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องที่นำไปพูดคุยการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC  ส่วนในแง่ของกองทัพให้พูดคุยกันว่า มีตรงจุดไหนบ้างที่จะได้ช่วยกันแก้ไข

เมื่อถามว่าการกู้ทุนระเบิดเป็นหนึ่งในสองเงื่อนไขที่กัมพูชาไม่รับ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันต่อในการประชุม RBC 

ส่วนการดำเนินการด้านการต่างประเทศจะต้องร้องไปยังประเทศอื่นหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า  มอบให้นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ เพราะขณะนี้ส่งเรื่องให้เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งเราจะต้องแจ้งตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เห็นว่าข้อเท็จจริงคืออะไร 

และเหตุการณ์นี้จะทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาบานปลาย จนเกิดเหตุปะทะขึ้นอีกครั้งหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า นี่ไม่ใช่เป็นการยิงเข้ามาใหม่ เพราะเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและได้เกิดขึ้นแล้ว ถือเป็นหนึ่งหลักฐานที่เราจะเสนอให้เห็นว่า มีเรื่องนี้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับในระยะแรก ครอบคลุม 4 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ หน่วยงานภาครัฐทุกระดับ ทั้งกระทรวงมหาดไทย คมนาคม กลาโหม สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การต่างประเทศ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันเตรียมความพร้อมด้านยานพาหนะ เส้นทางขนส่ง จุดพักระหว่างทาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับด้วยความปลอดภัยสูงสุด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและดูแลตั้งแต่ศูนย์พักพิงไปจนถึงพื้นที่ปลายทาง

พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และอาสาสมัคร (อส.) เฝ้าระวังและดูแลบ้านเรือนในช่วงที่เจ้าของบ้านต้องอพยพออกนอกพื้นที่ และเมื่อถึงเวลาที่สามารถกลับบ้านได้ หน่วยงานท้องถิ่นและ อปท. ทั้งหมดจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของที่อยู่อาศัย หากพบว่าบ้านเรือนได้รับความเสียหายรุนแรง รัฐบาลจะจัดหาที่พักชั่วคราวและเร่งซ่อมแซมทันที โดยระดมสรรพกำลังจากทหารช่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สถาบันการศึกษาในสายอาชีวะ และเครือข่ายอาสาสมัคร

นอกจากนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว นายภูมิธรรมได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 จังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพื่อเร่งดำเนินมาตรการเยียวยาและการจ่ายเงินชดเชย พร้อมทั้งสั่งเพิ่มวงเงินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน 7 จังหวัด (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด) จาก 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท เพื่อให้สามารถใช้จ่ายบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเพียงพอและทันท่วงที

ด้านมาตรการเยียวยา กรมบัญชีกลางได้อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย ครอบคลุม 3 ประเด็นสำคัญ คือ

1. ปรับเพิ่มเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง – เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร ตำรวจ ที่เสียชีวิต รายละ 10 ล้านบาท (จากเดิม 1 ล้านบาท) ประชาชนเสียชีวิต รายละ 8 ล้านบาท / กรณีบาดเจ็บรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐ รายละ 500,000 บาท ประชาชน รายละ 400,000 บาท

2. ขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฉุกเฉิน - 7 จังหวัดชายแดน เพิ่มจากจังหวัดละ 20 ล้านบาท เป็นจังหวัดละ 100 ล้านบาท

3. อนุมัติให้ปฏิบัตินอกเหนือหลักเกณฑ์การใช้จ่าย พ.ร.บ. 2563 - ใช้จ่ายได้ทั้งค่าอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย, ค่าใช้จ่ายศูนย์พักพิงชั่วคราว, การปรับปรุงสถานที่, จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค และค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ