จากกรณีมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย ซึ่งมีการเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯของพรรค(ภูมิใจไทย) และนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯของพรรค(เพื่อไทย) โดยเสนอชื่อต่อสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
โดยขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ จะต้องใช้เสียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เกินครึ่งหนึ่ง โหวตเลือก โดยจะไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดพิเศษมาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 แล้ว
ทั้งนี้ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ประกอบด้วย
ขั้นตอนก่อนเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
พรรคการเมืองที่มี สส. ในสภา ไม่น้อยกว่า 5% (25 คน) สามารถเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเคยแจ้งไว้ในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 88 กำหนดให้พรรคการเมืองส่งบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกินสามชื่อ
โดยการเสนอชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องเสนอชื่อผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160
ขั้นตอนการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ในการเสนอชื่อแคนดิดเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนั้น จะต้องมี สส. รับรองด้วยจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งใน 10 ของ สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภา หรือคิดเห็นจำนวน 50 คน เมื่อเทียบกับจำนวน สส.ในสภาที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบันจำนวน 493 คน
ขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
สภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีจากผู้ได้รับการเสนอชื่อ โดยขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีจะทำโดยเปิดเผย โดยจะใช้วิธีการเรียกชื่อ สส. แต่ละคน และให้ สส. ลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 247 เสียงขึ้นไป เมื่อเทียบกับจำนวน สส.ในสภาที่เหลืออยู่ ณ ปัจจุบันจำนวน 493 คน
อย่างไรก็ตามหากในขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถสรรหานายกรัฐมนตรีได้ ไม่มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะต้องกลับไปเริ่มต้นกระบวนการเสรอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกันใหม่ และเริ่มโหวตอีกรอบจนกว่าจะได้บุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
หลังจากสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วเสร็จ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีต่อไป