เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 68 สำนักข่าวต่างประเทศชั้นนำหลายสำนัก พากันรายงานข่าว นายทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีกาฯ ตัดสินให้กลับเข้าเรือนจำ โดยจำคุก 1 ปี ในคดีชั้น 14 ระบุเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของทักษิณและการเมืองไทย
เริ่มที่สำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งพาดหัวว่า อดีตนายกฯ ของไทย ทักษิณ ชินวัตร ถูกจำคุก หลังศาลตัดสินว่าการออกไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
รอยเตอร์ระบุว่า คำตัดสินวันนี้ส่งสั่นสะเทือนตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพล และครอบงำการเมืองไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ
รายงานข่าวระบุว่า ผู้ทรงอิทธิพลที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องต่างๆ รายนี้ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการพิพากษาทางการเมือง หลังจากที่ลูกสาว แพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอนจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ที่มาจากตระกูลชินวัตร หรือได้รับการสนับสนุนโดยตระกูลชินวัตร ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะฝ่ายตุลาการ หรือกองทัพ
โดยนายทักษิณซึ่งมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยตลอดช่วงวิกฤตความวุ่นวายตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของไทยที่ถูกส่งตัวเข้าคุก
สำนักข่าว CNN ของสหรัฐฯ รายงานว่า คำตัดสินของศาลเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของทักษิณ ซึ่งถือเป็นยักษ์ใหญ่ของการเมืองไทย
BBC ของอังกฤษ รายงานว่า ก่อนจะมีคำตัดสิน ทั้งประเทศจับตาความเคลื่อนไหวของนายทักษิณอย่างใกล้ชิด หลังจากที่เขานั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เดินทางไปนครดูไบ โดยอ้างว่าจะไปตรวจร่างกาย และจะกลับมาฟังความตัดสินของศาล
รายงานข่าวระบุว่า คำตัดสินในคดีนี้มีขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง หลังจากลูกสาวถูกถอดถอน จากกรณีคลิปเสียงหลุด และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐสภาไทยเพิ่งโหวตเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งถือเป็นคนที่ 3 ในรอบ 2 ปี
สำนักข่าวอัลจาซีรา ซึ่งเป็นสื่อใหญ่ของตะวันออกกลาง รายงานว่า คดีนี้เป็นจุดพลิกผันของประเทศ
โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกระแสข่าวในโลกออนไลน์ว่า นายทักษิณอาจพยายามหนีออกนอกประเทศอีกครั้ง หลังจู่ ๆ ก็ออกเดินทางไปนครดูไบ ซึ่งเป็นที่ที่เขาเคยลี้ภัยทางการเมืองในอดีต
รายงานข่าว ระบุว่า แม้ที่ผ่านมา นายทักษิณจะมีอิทธิพลจากในต่างประเทศ แต่หลังจากกลับมาประเทศไทยในปี 2023 เขาก็ยังไม่สามารถฟื้นความนิยมกลับมาได้เหมือนในอดีต