วันที่ 19 ก.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรี อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พร้อมข้อความระบุว่า “ประชุมหารือเพื่อเตรียมการจัดทำนโยบายรัฐบาลเพื่อที่จะแถลงต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้นับวันแรกของสี่เดือนได้โดยเร็วตามสัญญา MoA #ไม่มีวันหยุด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนโยบาย ที่แน่ชัดแล้ว คือ การฟื้นคืนชีพคนละครึ่ง แต่ปรับรูปแบบสำหรับผู้ที่เสียภาษี จะแบ่งเป็นรัฐจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 นอกจากนี้ ที่มีการพูดถึง แต่ยังไม่ได้สรุป คือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น รวมถึงแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติด้วย
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า เป็นการประชุมเพื่อจัดทำร่างนโยบายของรัฐรัฐบาล ใน MOA การยุบสภาคือ 4 เดือนหลังจากแถลงนโยบาย ฉะนั้นเราต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ทำนโยบายเตรียมพร้อมไว้ทันทีไม่ใช่เข้ามาแล้วไม่ทำนโยบาย เข้ามาปุ๊บมีนโยบายเตรียมพร้อม ทำหนังสือขอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อแถลงนโยบายและยุบสภาโดยเร็ว
สำหรับนโยบายเร่งด่วนใน 4 เดือน นายอนุทิน ระบุว่า ขอให้ทำนโยบายเรียบร้อยก่อน เตรียมไว้หมดแล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ได้พูดเอาไว้ เช่น การการแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา การทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ทั้งนี้ การทำงานในช่วงระยะเวลา 4 เดือน ที่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ นั้น เรามีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ตราบใดที่เรายังอยู่ในขอบเขตอำนาจที่มีอยู่ เราต้องใช้อย่างเต็มที่ แต่จะได้ถึงระดับไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยเฉพาะปัญหาชายแดน แต่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การนำสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมาปัดฝุ่น เช่นโครงการคนละครึ่ง คุยไปคุยมาบอกว่าเอา ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่เป็นไรเพราะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่คุยไปคุยมาว่าที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็บอกว่าถ้าจะขยับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น มันจะมีเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่โดยรวมประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์ ถ้าเราเน้นกลุ่มคนที่อยู่ในระบบภาษี จะทำให้คนเข้ามามีส่วนร่วมในการเสียภาษีและทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่ม
ส่วนใน 4 เดือนนี้การันตีผลงานรูปธรรมแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานการทำงานของตนเองที่ผ่านมาก็มีผลงานเรื่อย ๆ ส่วน MOA จะทำให้มีความกดดันในการทำงานหรือไม่นั้น MOA แปลว่าอะไร ใครไปเรียกก็ไม่รู้ จริง ๆ ไม่มี MOA ขยายมาจาก MOU แปลว่า Memorandum of Understanding คือการทำความเข้าใจ ต้องมีการจดบันทึก แต่ MOA แปลว่าข้อตกลง Agreement ไม่ต้องมี MO มีแต่ A
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าข้อตกลงสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าเราทำตามให้มากที่สุด ง่ายดี ไม่ต้องเถียงกับใคร อย่างน้อยตนเองก็ทำตามข้อ 4 และ 5 ไม่พยายามทำตัวเป็นเสียงข้างมาก และไม่คิดจะทำอยู่แล้ว รับสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งคนที่เซ็นกับเรา ต่างคนก็ต่างรักษาสัญญา ทำให้รัฐบาลนี้เดินไปสู่วันที่ยุบสภาโดยเร็ว ตามข้อตกลงระบุว่าระบุว่าเริ่มนับ 4 เดือน หลังการแถลงนโยบาย ถ้ารอกระบวนการทูลเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 สัปดาห์ แล้วแถลงนโยบายแปลว่าเจตนารมณ์เราไม่ดี ตนเองจึงทำเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ เลยและร่างนโยบายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ทำกรอบใหญ่ก่อน และให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียงเลย เป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวเลยมีปัญหาทำงานไม่มีความสามัคคี ดังนั้นตอนนี้เรามีเวลาน้อย และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ก็เป็นไปตามนั้น