วันที่ 17 ก.ย. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่น่าสนใจ กรณีคำร้องที่ นายนิยม นพรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยอ้างว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) (5), มาตรา 213, มาตรา 219 และมาตรา 235
และขอให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง
โดยผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง กรณีนี้จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า พื้นที่ที่ถูกกล่าวหาอยู่ในเขตของ อบต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ.2559 นายอนุทินได้ไปขออนุญาตและกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อขอทำสนามบินส่วนบุคคล โดยที่ดินที่มีการขออนุญาตทำเป็นสนามบินส่วนบุคคลเป็นที่ดินขนาด 2 แปลง โดยมีถนนสาธารณะขนาด 3.5 เมตร พาดผ่านอยู่ตรงกลางระหว่างที่ดิน
ต่อมาปี 2559 ได้ขออนุญาตไปยังอบต.ขนงพระ เพื่อขออนุญาตปรับปรุงเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของผิวถนน ให้อากาศยานขึ้นลงได้ และเปิดให้ประชาชนใช้งานร่วมกัน เพื่อสาธารณประโยชน์ กระทั่ง อบต.ขนงพระ ได้ทำหนังสือตอบกลับอนุญาตให้ดำเนินการพร้อมให้เหตุผลว่า บริเวณดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ช่วยส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยว การลงทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในหนังสือฉบับดังกล่าวก็ได้เน้นย้ำด้วยว่า การดำเนินการต้องไม่อุปสรรคต่อประชาชนและเปิดเพื่อเป็นประโยชน์
เพราะฉะนั้นการดำเนินการที่ผ่านมาจะมีเป็นเพียงบางช่วงเวลา ระหว่างที่เครื่องบินขึ้นและลง จะมีเจ้าหน้าที่ มาดูแลเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น นอกจากนั้นก็จะเปิดให้ประชาชนใช้งานตามปกติ ซึ่งหมายความว่าที่เห็นว่า ถนนดังกล่าวไม่ได้เสื่อมสภาพ ความเป็นสาธารณะประโยชน์แต่อย่างใด แต่สามารถใช้ งานร่วมกันได้ทั้งทางบกและทางอากาศ
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนเข้าใจได้ว่าประเด็นดังกล่าว นายกรัฐมนตรีถูกจับจองจากฝั่งการเมือง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2559 ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งในรัฐมนตรีว่าการมหาดไทย หากจะบอกว่าเป็นรัฐมนตรีใช้อำนาจ ถือว่าไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินการตามกฏหมาย มีวัตถุประสงค์ชัดเจน ทั้งเรื่องการสัญจร การขอใช้ประโยชน์จากที่สาธารณะ รวมถึงมิติของการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่