“พีระพันธุ์” เปิดใจปมโหวตนายกฯ-ไม่เคยหวังส้มหล่น ยัน รทสช.ไปต่อ!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

รวมไทยสร้างชาติไปต่อ! “พีระพันธุ์” ลั่นพร้อมเดินหน้านำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง เปิดใจปมโหวตนายกฯ ยืนยันไม่เคยหวังนั่งนายกฯส้มหล่น

วันที่ 18 ก.ย. 2568 เวลา 19.00 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดใจถึงทิศทางการทำงานของพรรคท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองว่า  ยังคงเป็นแม่ทัพของพรรครวมไทยสร้างชาติเดินหน้าในการทำงานทางการเมืองต่อไป ส่วนกระแสข่าวเลือดไหลออกจากพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ในวันนี้ยังไม่มีเลือดไหลออกจากพรรค เพราะทุกคนยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และยังมีผู้สนใจมาสมัครสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน

 

พีระพันธุ์ FB / พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายพีระพันธุ์ ยังได้เปิดเผยถึงจุดยืนของตนเกี่ยวกับการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาว่า หลังจากที่มีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ มีการพยายามนำพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองตรงข้ามกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่สามารถร่วมมือกันได้ และมองว่าการใช้วิธีการให้พรรคนั้นมาลงมติสนับสนุนแต่ไม่ร่วมรัฐบาล เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ซึ่งสำหรับตนรับไม่ได้ และเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้รัฐบาลกลายเป็นเบี้ยล่างทางการเมืองของพรรคการเมืองอื่นที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล นอกจากนี้ตนยังเห็นว่าวิธีการดังกล่าวอาจเป็นการผิดกฎหมายพรรคการเมืองในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ซึ่งจากเหตุผลข้างต้น ตนเห็นว่าไม่สามารถลงคะแนนเสียงสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในขณะนั้น แม้โดยส่วนตัวตนเคารพและรักนายอนุทิน และคิดว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่วิธีการในการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบนี้ ไม่ใช่วิธีทางที่ถูกต้อง

ต่อมาพรรคเพื่อไทยก็ได้มีการติดต่อในการเพิ่มเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ด้วยแนวทางแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แต่ไม่ร่วมรัฐบาลนั้น ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ดังนั้นตนจึงมีความเห็นว่าถ้าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์  ก็ไม่สามารถสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เลย และในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ตนได้มีการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคว่า หากแนวทางเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องทางการเมืองเช่นนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่สามารถร่วมรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม และมองว่าเมื่อการเมืองเดินมาถึงสถานการณ์เช่นนี้น่าจะจบลงด้วยการยุบสภา จึงยังไม่มีมติของพรรค เป็นเพียงการหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกันเท่านั้น

แต่เมื่อการยุบสภาไม่สามารถทำได้ จึงมีการเชิญประชุมกรรมการบริหารพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างเร่งด่วน ก็มี  กรรมการบริหารพรรค 3 คน เห็นด้วยกับแนวทางของตน  แต่มีกรรมการบริหารพรรค 1 คน เห็นว่าหากนายอนุทินยืนยันว่าจะไม่มีการแตะต้องมาตรา 112 และยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 ควรจะต้องสนับสนุนนายอนุทิน ส่วนกรรมการบริหารพรรค 2 คน เห็นว่าควรให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วหากมีมติทางใดทางหนึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในพรรคได้ จึงไม่มีการพูดถึงมติของกรรมการบริหารพรรค แต่แจ้งผลความเห็นของกรรมการบริหารพรรคว่ามีความเห็นกี่แนวทาง อย่างไรบ้าง  และให้เป็นเอกสิทธิ์ดุลพินิจของ สส. 

พีระพันธุ์ FB / พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่าหวังตำแหน่งนายกฯ นั้นว่า ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการหารือในการเสนอชื่อของตนในการดำรงตำแหน่งนายกฯ เพราะหากคิดในทางการเมืองแล้วเมื่อพรรคมีแคนดิเดตนายกฯอยู่แล้วแต่ไปดึงแคนดิเดตจากพรรคอื่นมาแทน แบบนี้ในทางการเมืองจะเสียหายเป็นอย่างมาก ตนจึงยืนยันได้ว่าเรื่องที่ว่ามานี้ไม่เป็นความจริง และสำหรับตนถ้าจะได้รับเลือกนายกฯ จะต้องมีศักดิ์ศรี ซึ่งแนวทางนี้ไม่ใช่แนวทางที่มีศักดิ์ศรี

โดยนายพีระพันธุ์ บอกอีกว่าการจัดการกับปัญหาพลังงานของตนนั้นสะท้อนถึงแนวทางการทำงานของตนเป็นอย่างดี ยกตัวอย่าง เช่น ลดค่าไฟเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย ไม่มีการปรับขึ้นค่าไฟ และค่าแก๊สแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากวิธีการทำงานของตน คือทำให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ และหลังจากนี้จะผลักดันกฎหมายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์นั้น ซึ่งหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะเดินหน้าต่อ  นอกจากนั้นในส่วนของกฎหมายควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และกฎหมายคลังน้ำมันนั้น  ยืนยันว่าจะต้องมีการเดินหน้ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ต่อโดยผ่านกลไกของสภาฯ แต่ด้วยเงื่อนไขจะต้องยุบสภาใน 4 เดือนนี้ คาดว่าไม่น่าจะสำเร็จได้ด้วยสภาชุดนี้

อย่างไรก็ตามนายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งหลังการยุบสภาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 4 เดือนนี้ว่า เมื่อเป็นพรรคการเมืองจะต้องมีความพร้อมในการลงรับเลือกตั้งตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อมีความชัดเจนเช่นนี้เกิดขึ้น จะต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ทุกด้าน โดยเฉพาะผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยทางพรรคพร้อมที่จะหาตัวแทนที่พร้อมจะเดินหน้า สู้ให้ทุกปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน และเรื่องของความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งในระยะเวลาของการทำงานที่ผ่านมาตนเชื่อว่า ทางพรรครวมไทยสร้างชาติได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราพูดแล้วเราทำ และเราเดินหน้าทำงานตลอดเวลา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ