“จิราพร” ซัดแรง “รัฐบาลอนุทิน” มาด้วยวิธีการพิสดาร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“จิราพร” ซัดแรง “รัฐบาลอนุทิน” มาด้วยวิธีการพิสดาร ชี้ "พรรคภูมิใจไทย" จงใจฉีกข้อตกลง MOA

นางสาวจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ กล่าวว่ารัฐบาลที่แถลงนโยบายโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐบาลพิเศษที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ผิดปกติ และจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีพิสดาร

ที่ตนบอกว่ารัฐบาลนี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์ที่ผิดปกตินั้นเพราะว่า หลังจากที่พรรคภูมิใจไทยประกาศถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 18 มิ.ย. 2568 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา 

นางสาวจิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 พรรคเพื่อไทย YT/ TPchannel
“จิราพร” ซัดแรง “รัฐบาลอนุทิน” มาด้วยวิธีการพิสดาร

ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย. 2568 ประเทศกัมพูชาประกาศว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีในอีก 3 เดือนข้างหน้า และหลังจากการประกาศนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ในวันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้สั่งให้  นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีและในที่สุดวันที่ 29 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนถึงตอนนี้ได้เกิดรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นนายกรัฐมนตรีนำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หากนับเวลาดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยเรามีรัฐบาลใหม่ใน 3 เดือน ตามที่ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านเราประกาศไว้จริงๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องอัศจรรย์จริงๆ ที่คำพูดของผู้นำประเทศเพื่อนบ้านสอดคล้องประสานกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในประเทศไทยได้อย่างพอดี อย่างน่าเหลือเชื่อ เป๊ะเหมือนจับวาง

ซึ่งระหว่างที่มีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ เราจะพบว่ามีข่าวลือและความลึกลับเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลมากมาย แม้แต่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคก็บอกว่าไม่สามารถพูดได้ทำให้หลายคนสงสัยว่าแท้จริงแล้วนั้น MOA ที่ทำให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยนั้น เอาจเป็นเพียงแค่ข้อตกลงฉากหน้าแต่แท้จริงแล้ว ฉากหลังก็มีข้อตกลงที่ไม่ได้ระบุไว้ใน MOA อีกหรือไม่? ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนรู้สึกคาใจว่าข้อตกลงเหล่านั้นคืออะไร หรือมีเบื้องหลังข้อตกลง MOA หรือไม่ 

นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้พรรคฝ่ายค้านที่ร่วม MOA นี้ ก็หวังที่จะใช้ข้อตกลงดังกล่าวบังคับรัฐบาลให้ทำตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ แต่ในความเป็นจริงก็คือแม้รัฐบาลนี้เกิดจาก MOA แต่ปรากฏว่าพอรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยออกมาได้ ก็เริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์ทำลายข้อตกลง MOA ทันที่ ซึ่งข้อตกลงข้อที่ 4 ระบุว่า ห้ามรัฐบาลแปลงร่างเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก

แต่ปรากฏว่าข้อตกลงนี้ก็ถูกฉีกตั้งแต่วันแรกที่พูดเลือกนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะคะแนนที่โหวตให้ทั้งหมด 316 เสียง หักฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วม MOA แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ ปรากฏภาพและคำสัมภาษณ์จากกลุ่ม สส. ซึ่งแสดงท่าทีว่าเตรียมจะย้ายเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทย และตนก็มีความเชื่อส่วนตัวว่าในระยะเวลา 4 เดือน ก่อนการยุบสภาพรรคภูมิใจไทยก็จะเร่งเครื่องเพิ่มจำนวน สส. อีก หากเกิดขึ้นจริงตามที่ตนคิดรัฐบาลก็จะขยับเข้าใกล้เสียงข้างมากเข้าไปทุกที และเมื่อวานนี้ผู้นำฝ่ายค้านได้มีการอภิปรายเน้นย้ำนายกรัฐมนตรีว่า อยากให้นายกรัฐมนตรีเคารพข้อตกลงที่ทำไว้กับพรรคประชาชน แต่พรรคภูมิใจไทยมีท่าทีและเจตนาโจ่งแจ้งในการสะสมกำลังพลแบบนี้ นั่นหมายความว่ากำลังจงใจฉีก MOA แบบไม่เกรงใจผู้นำฝ่ายค้าน

นางสาวจิราพร กล่าวต่อว่าในเมื่อรัฐบาลทำ MOA แต่รัฐบาลไม่เคารพ MOA ที่ตกลงกันไว้แล้ว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะทำภารกิจใน 4 เดือนนี้สำเร็จได้จริง หากเราได้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย จะพบว่าในอดีตเคยมีนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลเฉพาะกิจเพื่อเตรียมการยุบสภาโดยเฉพาะ ซึ่งในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้นไม่ยาวมาก และระบุชัดเจนว่าเป็นรัฐบาล เฉพาะกิจ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยเดินต่อไปได้

แต่ในขณะที่รัฐบาลของนายอนุทิน เป็นรัฐบาลที่มีข้อตกลงกับพรรคฝ่ายค้านสิ่งที่ควรแถลงต่อรัฐสภาคือการนำ MOA มาบรรจุในคำแถลงนโยบายและนำมาอ่านทีละข้อ เพื่ออธิบายว่าจะทำตามข้อตกลงให้สำเร็จอย่างไร ซึ่ง MOA ไม่มีผลผูกพันธ์รัฐสภาตามกฏหมาย แต่เป็นสถานะที่มีน้ำหนักและมีผลต่อรัฐบาลชุดนี้มากกว่านโยบายที่นายอนุทินอ่านให้ฟัง ตนคิดว่าสิ่งที่คนอยากฟังคือนโยบายที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้อ่านคือคดีฮั้ว สว.  - เขากระโดง รัฐบาลจะเอาอย่างไร และประชาชนจังหวัดเราไปสงสัยว่านายกรัฐมนตรีจะเข้ามายกคดีก่อนยุบสภา ซึ่งก่อนการแถลงนโยบายนายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวยืนยันว่าคดีเหล่านี้ไม่ได้ทำแต่ถูกกลั่นแกล้ง

ซึ่งนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้ต้องหาของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เป็นการแถลงนโยบายกับ ข้าราชการว่าถ้าใครทำคดี สว. ใครทำคดีเขากระโดงต่อ ก็เท่ากับเป็นการกลั่นแกล้งนายกรัฐมนตรี ก็จะทำให้ข้าราชการไม่กล้าทำอะไร

“ท่านกล้าให้คำมั่นสัญญากับรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่ว่า จะไม่กลั่นแกล้งหรือโยกย้ายข้าราชการผู้เกี่ยวข้อง ที่มีหน้าที่ทำคดีนี้และจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ เพราะมีสมาชิกหลายท่านได้ถามไป แต่ไม่ได้ลุกขึ้นตอบ นายกรัฐมนตรีจะรับปากต่อรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่” นางสาวจิราพรกล่าว

ทั้งนี้ภารกิจที่สำคัญที่สุดใน MOA ฉบับนี้ที่มอบให้กับรัฐบาลทำ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดกลายเป็นเรื่องเล็กที่สุด และพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่สามบรรทัดเท่านั้น MOA ที่ทำให้ฝ่ายค้านตั้งคำถามกับฝ่ายค้านด้วยกันเอง และตรวจสอบการทำงานด้วยกันเอง รวมทั้ง MOA นี้อย่าทำให้การถ่วงดุลอำนาจ มีปัญหาทำให้เชื่อมโยงอำนาจบริหารกับองค์กรอิสระผ่านกลไกวุฒิสภา และทำให้เราไม่เห็นความเป็นไปได้ด้วยการสร้างประชาธิปไตย

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ