จากกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.เผ่าภูมิ สมหมาย รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. หลังการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ว่า มีผู้มาติดสินบนติดสินบน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และพนันออนไลน์ โดยต้องการให้ตำรวจกองปราบฯ ติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีการติดสินบนดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตามกฏหมายอาญามาตรา 144 ที่ระบุว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้มีรายงานว่า ภายหลังการแจ้งความพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ นายไชยชนก ติดต่อกันนานกว่า 6 ชั่วโมง จนทราบว่า เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีบุคคลหนึ่งทราบชื่อว่า นายเอ (ขอปิดชื่อไว้ก่อน) ได้ไปพบกับ นายฉัตรมงคล รุ่งสัมพันธ์ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการส่วนตัวของ น.ส.พิมพฤดา ตันจรารักษ์ หรือ พิมพ์ สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ที่บริษัทรับตกแต่งภายในแห่งหนึ่งย่านยานนาวา โดย นายเอ บอกกับนายฉัตรมงคล ว่าจะจ่ายเงิน จำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือนให้กับนายไชยชนก เพื่อแลกกับการไม่ให้เร่งปราบแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมออนไลน์
ต่อมา นายฉัตรมงคล ได้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ หรือโกแพ สส.จังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย จนกระทั่งวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา นายวรศิษฎ์ ได้นำเรื่อง มาบอกให้นายไชยชนก ทราบ ก่อนที่จะนำไปแถลงในสภาผู้แทนฯ
ภายหลังนายไชยชนก ทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฏหมาย จึงนำเรื่องเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อให้จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี
ต่อมาหลังจากรับแจ้ง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป.ได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ก่อนที่พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จะเร่งรวบรวมหลักฐานจนเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนจะมีการส่งสำนวนการสอบสวนให้กับ ป.ป.ช. พิจารณาในวันนี้ (8 ต.ค.) เนื่องจากเป็นการกระทำความผิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และการกระทำความผิดตามกฏหมายอาญามาตรา 144 นั้น ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 176 ที่ให้ส่งสำนวนการสอบสวนให้กับคณะกรรม ป.ป.ช. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป