ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป มีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
เปิดทางทำประชามติ – เลือกตั้งวันเดียวกัน
เมื่อมีการทำประชามติในเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และให้นายกรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีการออกเสียงตามวันที่กำหนดตามที่ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน
หากพิจารณาเห็นว่า วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป หรือวันเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบวาระ แล้วแต่กรณี อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อาจกำหนดให้ทำประชามติเป็นวันเดียวกับวันเลือกตั้งได้ แต่ต้องไม่เร็วกว่า 60 วัน และไม่ช้ากว่า 150 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานรัฐสภา ทั้งนี้ให้ถือว่าหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งของการเลือกตั้งน้น เป็นหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียงประชามติตามกฎหมายนี้
เข้าชื่อเสนอประชามติ ทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้
นอกจากนั้นยังมีการเพิ่มหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกเสียงประชามติ จากเรื่องที่ประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี จากเดิมกำหนดไว้เพียงให้มีจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อไม่น้อยกว่า 50,000 คน การแก้ไขครั้งนี้ยังเพิ่มสาระสำคัญ ให้ผู้มีสิทธิเข้าชื่อร่วมเข้าชื่อผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้
ประชามติ “ใช้เสียงข้างมาก” ต้องสูงว่าเสียงโนโหวต
ทั้งนี้ยังกำหนดให้การออกเสียงที่จะถือว่ามีข้อยุติให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมากต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามติ ซึ่งเป็นการแก้ไขจากเดิมที่กำหนดให้ต้องมีคนออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียง
จัดพื้นที่แสดงความเห็น “ชอบ – ไม่ชอบ” อย่างเท่าเทียม
ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มรายละเอียดสาระสำคัญเกี่ยวกับการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็น จากเดิม ระบุเพียงว่า “จะต้องเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้านเท่าเทียมกัน” แก้ไขเป็น “ให้คณะกรรมการจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นโดยอิสระและรอบด้านเท่าเทียมกันทั้งผู้ที่เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ หรือมีความเห็นทางใดทางหนึ่งในเรื่องที่จัดทำประชามติ”
เพิ่มรายละเอียดการกำหนดเขตออกเสียงประชามติ จากเดิมระบุว่า การออกเสียงให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง แก้ไขเป็น ให้ใช้เขตประเทศ เขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตตำบล เขตหมู่บ้าน เขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือเขตอื่นเป็นเขตออกเสียงได้
อ่านรายละเอียด : พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568