นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ตนยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ "ไอซ์ รักชนก" หรือนางสาวรักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน หลังพบว่าจักรยานที่เคยใช้ในการหาเสียงไม่ได้ถูกแจ้งไว้ในรายการทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ทั้งที่ถือเป็นยานพาหนะอย่างหนึ่ง
นายเรืองไกร อธิบายว่า จุดเริ่มต้นของข้อสงสัยมาจากข้อมูลบนเว็บไซต์ กกต. ซึ่งเผยแพร่บัญชีเงินบริจาคของพรรคการเมืองประจำเดือนกันยายน พบว่าพรรคประชาชนมีรายงานการรับบริจาค 2 รายการ จำนวน 200,000 บาท และ 3,000 บาท จึงย้อนกลับไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนางสาวรักชนกในช่วงเข้ารับตำแหน่ง และพบว่าในหมวดทรัพย์สินอื่น ๆ มีการยื่นเพียงหนังสือกว่า 700 เล่ม แต่ไม่พบรายการจักรยานที่เคยใช้ในการหาเสียง จึงยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบความครบถ้วน
สำหรับกรณีที่นางสาวรักชนกชี้แจงว่า “รวมจักรยานทุกคันแล้วไม่เกิน 200,000 บาท จึงไม่ต้องยื่น” นายเรืองไกร มองว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะแม้จักรยานจะมีมูลค่าเพียง 5,000–7,000 บาท แต่เมื่อนางสาวรักชนกยื่นระบุว่าเฉพาะหนังสือมีมูลค่ารวม 269,564 บาท ซึ่งเกินเกณฑ์ 200,000 บาทแล้ว จักรยานย่อมต้องถูกรวมอยู่ในหมวดเดียวกันตามนิยามของ ป.ป.ช. ที่ระบุว่า “ทรัพย์สินอื่นใด” ของผู้ยื่น คู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต้องแจ้งหากมีมูลค่ารวมเกิน 200,000 บาท
นายเรืองไกร ยังกล่าวถึง กระแสวิจารณ์บนโซเชียลที่นำกรณีจักรยานไปเปรียบเทียบกับรถเบนซ์ของตนว่า ทั้งสองเรื่องไม่เกี่ยวกัน และหากใครต้องการตรวจสอบรถยนต์ส่วนตัวก็สามารถทำได้ เพราะถ้าอนาคตตนเองต้องไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อถึงเวลาที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ก็ต้องแจ้งตามกฎหมายอยู่แล้ว
สำหรับกรณีที่นางสาวรักชนกโพสต์พาดพิงถึงนายไผ่ ลิคก์ ในการชี้แจงเรื่องจักรยาน นายเรืองไกรระบุว่า น่าจะมาจากการกล่าวอ้างของพิธีกรบางรายการ แต่ยืนยันว่าข้อมูลที่ตนนำมาใช้อ้างอิงมาจากเว็บไซต์ กกต. ทั้งหมด และไม่ได้มีการติดต่อกับนายไผ่แต่อย่างใด
นายเรืองไกร ย้ำว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก ความเกลียด หรือการได้รับว่าจ้าง แต่ต้องการให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตระหนักถึงความสำคัญของการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐให้รัดกุมและโปร่งใส
ส่วนหากมีการตรวจสอบแล้ว ผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะถูกหรือผิดเป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ เพราะในอดีตมีหลายคดีที่ทรัพย์สินเพียงเล็กน้อย หรือ เงินฝากไม่ถึง 1 บาท ก็ยังถูกตรวจสอบเช่นกัน ดังนั้นกรณีนี้ควรปล่อยให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามกระบวนการ
นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า หากนางสาวรักชนก จะชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าตัว สุดท้าย ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ ป.ป.ช. แต่ที่ออกมาเปิดประเด็นเพราะต้องการให้เกิดความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองในอนาคต
ซึ่งในโพสต์ของ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน หรือ สส.ไอซ์ ที่ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีบางช่วงบางตอนที่อธิบายถึงเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์สินให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ อย่าง ปม จักรยานคู่บุญ นางสาวรักชนก บอกว่า "จักรยานทำไมไม่แจงทรัพย์สิน? เพราะรวมกันทุกคันที่มีแล้วมันไม่เกิน 200,000 บาท ทำไมหนังสือเล่มละร้อยถึงแจง? เพราะรวมทั้งหมดทุกเล่มที่มีมันแตะหลักแสน และในอนาคตดิฉันก็จะซื้อเพิ่ม มีโอกาสเกิน 200,000 บาท แน่ๆ ดังนั้นคิดว่าควรจะต้องแจง ทรัพย์สินดิฉันสแกนกันกี่รอบมันก็มีแค่นั้นห้าล้านกว่าบาทนั่นแหละ"
และในช่วงท้าย ก็มีบางช่วงบางตอน นางสาวรักชนก ได้ฝากคำถามไปถึงสำนักงาน ป.ป.ช. และกองบังคับการปราบปราบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า "ดิฉันจะได้ยื่นร้อง ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ ในลำดับถัดไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ป.ป.ช. จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ ดิฉันจะทำหนังสือไปยังกองบังคับการปราบปราบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เกี่ยวกับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ต่อไป"