เวลา 09.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. 68 ที่ห้องพิจารณา 609 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีแนวร่วม นปช. ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระ หรือ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กับพวก รวม 24 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ
กรณีช่วงระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค. 2553 พวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่อง เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ประกาศยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ อ้างว่า นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ โดยมิชอบ และให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550
ซึ่งพวกจำเลยได้ร่วมกันจัดการชุมนุมที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ นอกจากนั้น ยังเดินขบวนไปปิดล้อมสถานที่ต่าง ๆ ด้วย ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม 79 ยิงใส่บ้านพักประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงครามร้ายแรง มีการฝึกกำลังคนและฝึกการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยตามความผิดด้วย
ต่อมาวันที่ 9 ม.ค. 66 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 5 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ส่วนนายสุขเสก หรือสุข พลตื้อจำเลยที่ 12 ให้จำคุกตลอดชีวิต สำหรับจำเลยอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น
อัยการโจทก์กับจำเลยที่ 7 และที่ 12 ยื่นฎีกาวันนี้ จำเลยที่ 12 ทนายจำเลยที่ 12 นายประกันจำเลยที่ 7 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 7 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล
ทนายจำเลยที่ 7 ยื่นคำร้องขอเลื่อนพร้อมใบรับรองแพทย์ประกอบกับภาพถ่ายจำเลยที่ 7 นอนโรงพยาบาลที่นายประกันจะส่งให้ในวันนี้ ซึ่งใบรับรองแพทย์ได้ระบุว่า จำเลยมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบแพทย์แนะนำให้รักษาตัว 30 วัน จึงไม่มาศาลและขอให้เลื่อนอ่านฎีกาไปอีก 30 วัน
พิเคราะห์แล้วทางจำเลยมีใบรับรองแพทย์ระบุว่าเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ประกอบภาพนอนโรงพยาบาล จึงเชื่อว่าจำเลยป่วยและไม่สามารถมาศาลได้ เห็นสมควรอนุญาตให้เลื่อนนัดฟังพิพากษาศาลฎีกา เป็นวันที่ 20 ม.ค. 2569 เวลา 09.00 น.