พรรคพลวัต นำโดยนายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต นายสุรพันธ์ ไวยากรณ์ รองหัวหน้าพรรค และนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล เลขาธิการพรรค แถลงข่าวเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งก่อนการแถลง นายกัณวีร์ ได้ขอสดุดีทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการรักษาอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนจะเปิดใจว่าทำไมถึงลาออกจากพรรคเป็นธรรม ว่า ตนอยากทำการเมืองที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้
ซึ่งได้ทำงานกับพรรคเป็นธรรมมาสักระยะหนึ่ง แต่เมื่อจำเป็นต้องทำการเมืองใหม่และร่วมมือกับผู้ร่วมอุดมการณ์ จึงเห็นว่าน่าจะมีพรรคการเมืองที่สามารถผลักดันประเทศนี้ผ่านอุดมการณ์ที่มาจากนักปฏิบัติ และเคยปฏิบัติจริง ๆ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ตนจึงมีความคิดที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่
ส่วนจุดมุ่งหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคตั้งไว้เท่าใดนั้น นายสุรพันธ์ กล่าวว่า ด้วยระยะเวลาที่จำกัด พรรคสามารถส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตได้ 35 จังหวัด คือ 230 เขตเป็นอย่างต่ำ เรามุ่งมั่นจากการถอดสมการเชิงยุทธศาสตร์ คาดว่าจะสามารถช่วงชิง สส. มาได้อย่างน้อย 97 เขต แต่เป้าหมายของพรรคพลวัตในส่วนของ สส.เขต จะส่งไม่ต่ำกว่า 150 เขตแน่นอน ขณะที่สัดส่วนปาร์ตี้ลิสต์ก็มีผู้สนใจไม่น้อย และอย่างน้อยต้องจัดลำดับให้เหมาะสมกับภารกิจ
ด้านนายกัณวีร์ กล่าวเสริมว่า การมาจัดตั้งพรรคการเมืองในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะจัดตั้งได้ ตนเรียนรู้จากคนที่ทำงานอยู่ในสภาว่ามันยาก ทั้งด้านการจัดตั้งและโครงสร้าง แต่ความมุ่งมั่นของทุกคนที่เข้ามาอยู่พรรคพลวัต เชื่อว่ามาด้วยความตั้งใจจริง เรามีความมุ่งมั่นสูง และจะขยายพรรคให้มากขึ้น เชื่อว่าประชาชนจะเห็นความตั้งใจจริง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศเดินหน้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้เดินหน้าได้ ซึ่งหากเราไม่มั่นใจ เราคงไม่มายืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้
ส่วนกรณีผลโพลชี้ว่าพรรคพลวัตจะเป็นหนึ่งในรัฐบาลแน่ ๆ นั้น นายกัณวีร์ กล่าวว่า ตนบอกชัดเจนว่าอยากเป็นรัฐบาล เพราะไม่เคยเห็นว่านักการเมืองคนใดลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วบอกว่าอยากเป็นฝ่ายค้าน เรามีนโยบายเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ แต่จะผลักดันได้อย่างไร หากไม่ใช่ฝ่ายบริหาร
“เราพูดชัดเจน ไม่ใช่แค่จะเข้าร่วมฝ่ายบริหาร และเราเป็นนักปฏิบัติจริง ๆ เราไม่ใช่พรรคทางเลือก เราไม่ใช่พรรคทางรอด แต่เราเป็นพรรคทางเดียวที่จะผลักดันให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การที่สื่อมวลชนหรือประชาชนนำชื่อพรรคเราไปอยู่ในโพล ก็เชื่อมั่นว่าเป็นเสียงสะท้อนว่าประชาชนต้องการพรรคการเมืองใหม่ ๆ เข้ามาผลักดันสิ่งที่พรรคการเมืองก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้” นายกัณวีร์ กล่าว
ส่วนนโยบายหลักของพรรคพลวัต นายกัณวีร์ กล่าวว่า พรรคมี 4 เสาหลัก โดยไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่หากเสาหลักไม่ปักลงไปในพื้นดิน ก็ไม่สามารถสร้างบ้านได้ เสาหลักทั้ง 4 ได้แก่ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง , ไม่เอนเอียง , ไม่เกาะกลุ่มนายทุน , อิสรภาพในการทำงาน
สำหรับนโยบายที่จะสื่อสารกับประชาชน อันดับแรกคือนโยบายด้านการต่างประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายที่จับต้องยากและไม่เคยถูกชูเป็นธงหลักทางการเมืองของไทยมากนัก โดยเฉพาะในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดน การค้า การลงทุน ผู้ลี้ภัย และภาษีต่าง ๆ สะท้อนว่าจุดยืนทางการทูตของไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงมากว่า 100 ปี
“หากจุดยืนทางการทูตของไทยไม่เปลี่ยน ประเทศไทยจะตกเป็นลูกไล่ในเวทีระหว่างประเทศ และสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ การเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการทูตจึงเป็นสิ่งสำคัญ” นายกัณวีร์ กล่าว
นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน เกิดจากการที่ประเทศไทยต้องไล่ตามสถานการณ์ และถูกบีบจากการเป็นสมาชิกอาเซียน รวมถึงแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ หากไม่เปลี่ยนจุดยืนทางการทูต ประเทศก็ไม่สามารถเดินหน้าได้
ทั้งนี้ นายกัณวีร์ ได้เปิดตัว นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้าร่วมงานกับพรรคพลวัต โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายกัณวีร์บ่อยครั้งในสภา และไม่เชื่อใจกันง่าย ๆ แต่ตนอยากร่วมงานกับคนดี ซึ่งจากระยะเวลา 2 ปีกว่า เชื่อว่าเขาเป็นคนดี ตลอดเวลาที่เป็น สส. ได้ทำนโยบายด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเห็นว่าตนได้หมดภารกิจกับพรรคการเมืองเดิมแล้ว จึงมาช่วยผลักดันนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่เคยมองว่าพรรคเล็กหรือใหญ่เป็นข้อจำกัด
เมื่อถูกถามว่าเป็นการดูดอดีต สส.พรรคประชาชนหรือไม่ นายกัณวีร์ ระบุว่า ไม่อยากให้มองเช่นนั้น เพราะตน นายอภิสิทธิ์ และนายสุรพันธ์ พูดคุยกันมากว่า 2 ปี ทั้งเรื่องอุดมการณ์และการทำงาน เห็นตรงกันว่ามีข้อจำกัดในการผลักดันนโยบาย จึงจำเป็นต้องมาร่วมทางกัน
ส่วนนายสุรพันธ์ กล่าวว่า ตนเป็นอดีต สส.เขต 1 จ.นนทบุรี พรรคประชาชน ก่อนย้ายมาพรรคพลวัต ได้พูดคุยกับหัวหน้าและเลขาธิการพรรคประชาชนแล้ว จากกันด้วยความเข้าใจ และขออภัยที่ทำให้ต้องสรรหาผู้สมัครใหม่ โดยบทบาทปัจจุบันคือรองหัวหน้าพรรค ดูแลยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง และยังลงสมัคร สส.เขต 1 จ.นนทบุรี พร้อมดูแลผู้สมัครกว่า 150 เขต ซึ่งคาดว่าหลังเปิดตัวพรรคจะมีผู้ร่วมงานเพิ่มอีก
ส่วนการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายกัณวีร์ กล่าวว่า ขอให้ติดตามเร็ว ๆ นี้ โดยชื่อแรกคือ กัณวีร์ สืบแสง ส่วนอีก 2 รายชื่อจะเปิดเผยในลำดับถัดไป
เมื่อถามถึงการจับมือจัดตั้งรัฐบาล นายกัณวีร์ กล่าวว่า หากไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่หากพรรคใดได้เสียงข้างมากและอุดมการณ์ไม่ขัดกัน ก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่หากขัดกันโดยสิ้นเชิงก็เป็นไปไม่ได้ เพราะการเมืองไทยอยู่บนระบอบประชาธิปไตย
ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นายกัณวีร์ ย้ำว่า ชื่อแรกคือ กัณวีร์ สืบแสง ส่วนอีกสองชื่อขอให้รอติดตามอีกครั้ง