จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปนั้น
ทีมข่าวพีพีทีวี จะพามาทำความรู้จักองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการทำประชามติที่กำลังจะเกิดขึ้น ในบางประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และป้องกันความสับสนที่อาจจะเกิดขึ้นในการเลือกตั้ง
โดยในส่วนของการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต. ได้กำหนดข้อห้ามไว้ทั้งหมด 12 ข้อด้วยกัน ได้แก่
1. ผู้ใดซึ่งรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนพยายามออกเสียงลงคะแนน หรือออกเสียงลงคะแนนโดยแสดงหลักฐานที่ไม่ใช่ตนเอง
2. ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหายหรือให้บัตรเสีย หรือกระทำด้วยการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้
3. ผู้ใดซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเข้ามีส่วนช่วยเหลือในการหาเสียง
4. ผู้ใดเล่นหรือจัดให้มีการเล่นการพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง
5. ผู้ใดหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนับตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้งหนึ่งวันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
6. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว
7. ผู้ใดขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้งในระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง
8. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมที่จะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน
9. ผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง หรือเพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัครผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
10. ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
11. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง
12. ผู้ใดขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกตั้งได้
โทษของการกระทำผิด
- การนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง : มีโทษจำคุกตั้งแต่1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
- การนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตร เลือกตั้งที่ตนได้ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว : มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน : มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
- จงใจกระทำด้วยประการใดๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหายหรือให้เป็นบัตรเสียหรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ : มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธัเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 10 ปี
- กรณีเผา ฉีก ทำลาย ทำให้เสียหาย : มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีปลดป้ายหาเสียงไป : มีความผิดฐานลักทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. 69 กกต.ห้ามขายสุราทุกชนิด ฝ่าฝืนโทษปรับ–จำคุก
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศห้ามขาย จำหน่าย จ่าย แจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้ง ก่อนวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า เนื่องในโอกาสการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ. 2569
โดยกำหนดช่วงเวลาห้ามจำหน่ายสุรา ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. 2569 เวลา 18.00 น. ไปจนถึงวันที่ 1 ก.พ. 2569 เวลา 18.00 น. รวมระยะเวลา 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ กกต. ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กกต. ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลและปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด
ที่มา: กกต. / กองทะเบียนพล