เลือกตั้ง 2569 : “ธรรมนัส” ลั่นผมมันคนบ้า บ้าทำงานไม่บ้าหลอกประชาชน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ธรรมนัส” ลั่น "ผมมันคนบ้า" บ้าทำงาน-ไม่บ้าพูดหลอกประชาชน โอดถูกโจมตี ทั้งที่เกมยังไม่เริ่ม ชี้ควรมีมารยาททางการเมือง พร้อมปล่อยไก่กลางเวที "ทำมากกว่าพืด" ก่อนแซวตัวเองชอบพูดผิดเพื่อให้คนจำได้

พรรคกล้าธรรมเปิดเวที “กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด” เปิดตัวผู้สมัคร สส. อย่างเป็นทางการ โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตพรรค ประกาศจุดยืนการเมือง “พูดแล้วต้องทำ” ชูความกล้าเป็นหัวใจการทำงาน ยกผลงานลุยน้ำช่วยประชาชนเป็นบทพิสูจน์ พร้อมเดินหน้านโยบายฐานราก เปลี่ยนคำสัญญาให้เป็นการกระทำจริง เพื่อพาประเทศไปข้างหน้าอย่างไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พรรคกล้าธรรมจัดงาน “กล้าธรรม ทำมากกว่าพูด” เปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 

 

พรรคกล้าธรรม ช่างภาพพีพีทีวี
“ธรรมนัส” ลั่นผมมันคนบ้า บ้าทำงานไม่บ้าหลอกประชาชน

โดยมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตพรรคกล้าธรรม แถลงอุดมการณ์และนโยบายของพรรค ท่ามกลางสมาชิกและผู้สมัครของพรรคที่เข้าร่วมงานกว่า 500 คน

ร้อยเอกธรรมนัส เริ่มต้นการปราศรัยด้วยบทกลอน “แม้หนทางข้างหน้าจะว่างเปล่า แต่จะเผาจนผิวผ่องจนหมองไหม้ รู้ทั้งรู้ว่าที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ ถ้าใจไม่กล้าจะก้าวไปได้ยังไงกันครับพี่น้อง” สะท้อนแนวคิดเรื่องความกล้าในการเดินหน้าทำงานทางการเมือง แม้ต้องเผชิญอุปสรรค พร้อมย้ำว่า การก้าวไปข้างหน้าจำเป็นต้องอาศัยความกล้า ไม่เช่นนั้นย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จากนั้นได้กล่าวต้อนรับครอบครัวสมาชิกพรรคกล้าธรรม และเผยว่า วันนี้ประชาชนจำนวนมากกำลังจับตาดูว่าคนกล้าจะประกาศและลงมือทำสิ่งใดเพื่อประเทศ

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงตัวเองว่า เป็นคนบ้าในความหมายของการบ้าทำงานและบ้าทำประโยชน์ให้กับประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นว่า สมาชิกที่นั่งอยู่ด้านหน้าล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์ทางการเมือง โดยยกตัวอย่างอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร นายไชยา พรหมมา ที่ตัดสินใจเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคกล้าธรรม และยืนยันว่าการทำหน้าที่ในตำแหน่งประธานสภาฯ ต้องอาศัยความสามารถและความกล้าอย่างสูงในการควบคุมการประชุม

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการเข้าร่วมของนักการเมืองหลายคน อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งนำอดีต สส. มาร่วมเป็นสมาชิกพรรค รวมถึงรัฐมนตรีและบุคคลทางการเมืองอีกหลายรายที่ตัดสินใจเข้ามาร่วมอุดมการณ์ โดยมองว่าทุกคนมีจุดร่วมเดียวกัน คือเป็นผู้ที่พูดน้อยแต่ทำมาก และกล้าลงมือทำงานจริง

ในส่วนของนโยบาย ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่เสนอนโยบายขายฝันหรือสวยหรูแต่ไม่สามารถทำได้จริง พร้อมวิพากษ์การเมืองแบบหาเสียงด้วยคำพูดไพเราะ แต่เมื่อได้อำนาจกลับไม่สามารถผลักดันนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้ พรรคกล้าธรรมจึงยึดหลักพูดแล้วต้องทำและกล้าที่จะรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนเก่ง คนฉลาด และคนมีความรู้จำนวนมาก แต่หากขาดความกล้าในการตัดสินใจและลงมือทำ องค์ความรู้เหล่านั้นก็ไม่อาจสร้างประโยชน์ได้ พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมเชื่อมั่นในพลังของความกล้า เพื่อเปลี่ยนคำพูดให้เป็นการกระทำอย่างแท้จริง

ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงบุคลิกและตัวตนทางการเมืองของตนเองว่า ตลอดเวลาที่ให้สัมภาษณ์หรือทำงานการเมือง มักมีผู้ใหญ่หลายคนแนะนำให้ปรับโทนคำพูดให้นุ่มนวลลง แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ที่เข้าใจและยอมรับในตัวตนของตนเอง โดยมองว่าเป็นคนพูดตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน และไม่เสแสร้ง ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงหนึ่งถึงสองวันที่ผ่านมา โดยยอมรับว่าได้พยายามควบคุมสติอารมณ์ หลังถูกผู้นำบางพรรคการเมืองโจมตีทั้งตัวบุคคลและพรรคกล้าธรรม ระหว่างที่อยู่ที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการเลือกตั้งยังไม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ และยังไม่ได้เปิดรับสมัครผู้สมัคร แต่กลับมีการพูดถึงการจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เหตุการณ์นี้ทางแกนนำพรรคและสมาชิกหลายคนได้ให้กำลังใจและแนะนำให้ตอบโต้ พร้อมย้ำว่าการชี้แจงหรือโต้กลับควรทำอย่างมีมารยาท ซึ่งพรรคได้ดำเนินการแล้วผ่านการเชิญสื่อมวลชนมาพูดคุยและชี้แจงข้อเท็จจริง

ร้อยเอกธรรมนัส ยกตัวอย่างการทำงานช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤติ โดยเฉพาะเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดน่าน ที่ประชาชนทั้งจังหวัดแสดงจุดยืนสนับสนุนพรรคกล้าธรรม เนื่องจากเห็นการลงมือช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเหตุการณ์น้ำท่วมแม่สาย ซึ่งมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล เป็นหน่วยแรกที่เข้าพื้นที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด

ขณะที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงในอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นมหาอุทกภัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่าได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง เป็นคนแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ และนั่งบัญชาการช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเขต 8 บริเวณคลอง ร.1 หรืออู่ตะเภา ซึ่งมีกระแสน้ำเชี่ยว พร้อมย้ำว่านี่คือตัวตนของการทำงานที่ต้องอาศัยความทุ่มเทและหัวใจ หากไม่มีใจรักประชาชนย่อมไม่อาจทำได้ พร้อมย้ำแนวคิดว่า คนกล้าธรรมเลือกใช้หัวใจนำสมอง เพื่อคิดและลงมือทำเพื่อพี่น้องประชาชน

ในด้านนโยบาย ร้อยเอกธรรมนัส ประกาศชัดว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนฐานราก โดยมองโครงสร้างประเทศเป็นพีระมิดที่ฐานรากต้องมั่นคง แข็งแรง ก่อนจะต่อยอดไปสู่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจระดับบน หากฐานรากอ่อนแอ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของประเทศย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะภาคเกษตร ซึ่งมีเกษตรกรกว่า 30 ล้านชีวิต และแรงงานกว่า 50% ของประเทศเกี่ยวข้องอยู่ หากฐานรากไม่เข้มแข็ง นโยบายที่เป็นเพียงคำสวยหรูย่อมไม่ตอบโจทย์ความเป็นจริง

ร้อยเอกธรรมนัส ยังย้ำถึงผลงานด้านที่ดินทำกิน โดยเฉพาะการทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน เพื่อนำกลับมาจัดสรรให้เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน พร้อมผลักดันให้ ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และในอนาคตจะต่อยอดไปสู่โฉนดครุฑแดง เพื่อคืนสิทธิในที่ดินให้กับประชาชน พร้อมยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวทำให้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ยืนยันว่าเป็นการทำเพื่อชาวบ้านและพร้อมเดินหน้าต่อ

ด้านการบริหารจัดการน้ำ ร้อยเอกธรรมนัส เสนอให้บริหารอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยให้ทุกจังหวัดจัดทำแผนที่น้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำ ทางน้ำ และพื้นที่ลุ่มน้ำ เพื่อเชื่อมโยงกับแม่น้ำสายหลัก 22 สายทั่วประเทศ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้น้ำเดินได้ไม่ต่างจากระบบคมนาคม

นอกจากนี้ ยังชี้ถึงปัญหาต้นทุนการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศที่ล้นตลาดและผิดกฎหมาย ทำให้เกษตรกรไทยเสียเปรียบ พร้อมย้ำแนวนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม” เพื่อเพิ่มรายได้ และเสนอจัดตั้งสถาบันการเงินเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ลดภาระดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 6–7% ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลืมตาอ้าปากของคนฐานราก

ในภาคการศึกษา ร้อยเอกธรรมนัส ประกาศแก้ปัญหาหนี้สินครู ที่อยู่อาศัยครู และยกระดับอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานจริง ภายใต้แนวคิด Learn to Earn รวมถึงการนำ AI เข้ามาใช้ในระบบการศึกษา เพื่อเตรียมคนไทยให้พร้อมกับโลกยุคใหม่ พร้อมย้ำว่าครูคือรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชน หากคุณภาพชีวิตครูไม่ดี ย่อมกระทบต่อคุณภาพนักเรียน จึงต้องกล้าปรับเปลี่ยนนโยบายด้านสวัสดิการครู อาหารกลางวัน และนมโรงเรียน ให้เกิดประโยชน์กับเด็กอย่างแท้จริง

ด้านสังคม ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เด็กแรกเกิด คนพิการ และผู้สูงอายุ พร้อมลงทุนกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย เพื่อสร้างรากฐานพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว ร้อยเอกธรรมนัส ชี้ว่าหลังโควิดยังซบเซา จากข้อจำกัดด้านกฎหมายและปัจจัยภายนอก พร้อมเสนอผลักดันเมืองรองให้เป็นเมืองหลัก ผ่านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถาน โดยยกตัวอย่างจังหวัดพะเยา ซึ่งจากเมืองรองสามารถผลักดันให้ติดอันดับ 1 ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวของประเทศ และมีอัตราการเติบโตสวนทางภาพรวมประเทศ

ส่วนด้านกีฬา ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำความสำคัญของการสนับสนุนกีฬา ตั้งแต่ระดับเยาวชนจนถึงนักกีฬาอาชีพ โดยอ้างอิงผลงานมหกรรมซีเกมส์ที่ประเทศไทยคว้าเหรียญทอง 233 เหรียญ และเหรียญรวม 499 เหรียญ พร้อมย้ำว่าลูกหลานในชนบทต้องเข้าถึงอุปกรณ์กีฬา และนักกีฬาระดับโลกต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวให้กำลังใจสมาชิกพรรค พร้อมประกาศความมั่นใจว่า หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สมาชิกพรรคกล้าธรรมจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในสภาผู้แทนราษฎร

“ขอฝากถึงคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกพรรคกล้าธรรม วันนี้ผมธรรมนัส พรหมเผ่า ตนพร้อมทำตามที่ท่านต้องการให้ผมมาเป็นผู้นำของพวกท่านในการที่จะเข้าสู่เวทีการเลือกตั้ง เพื่อนำคาราวานของเราเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้เยอะที่สุด เพื่อคนไทยทั้งแผ่นดิน และผมจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง เราไปด้วยกัน เราจะไม่ยอมปล่อยให้พวกท่านอยู่ข้างหลังโดยลำพัง”

ท้ายสุดร้อยเอกธรรมนัส ได้พูดว่า “เราทำมากกว่าพืด ทำมากกว่าพูด เพื่อคนไทยทุกคน” ก่อนที่จะแซวตัวเองว่า ชอบพูดผิดตอนท้าย แต่ก็ทำให้ประชาชนจำได้

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ