ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.นารากร ติยายน (ต๊ะ) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงสมัครเลือกตั้ง สส.เชียงใหม่ เขต 1 ว่า ตนเพิ่งตัดสินใจในการลงสมัคร สส. หลังจากที่มีการยุบสภา ซึ่งคิดมาเป็นปีว่าจะมีการลงเล่นการเมือง เพราะที่ผ่านมาเคยไปสมัคร สว. มาแล้วแต่ตกรอบ เราเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งการฮั้ว สว. การทุจริตต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องของสแกมเมอร์ ซึ่งตนก็เคยโดนสแกมเมอร์หลอก จึงเป็นโอกาสที่เราจะได้ไปทำงานเพื่อผลักดันในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันต่าง ๆ รวมไปถึงเห็นแคมเปญพรรคประชาธิปัตย์
ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่อง “การเมืองสุจริต” ซึ่งตรงใจว่า ถ้าเราไม่ทำการเมืองให้สุจริต เราจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เราจะปรับระบบต่าง ๆ ของประเทศไทยที่เดินต่อไม่ได้ ตนจึงต้องเริ่มต้นจากการเมืองที่สุจริตก่อน จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อถามว่าพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด มีการวางแผนอย่างไรบ้าง น.ส.นารากร กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะเขต 1 ที่แข่งขันกันดุเดือดมาก และคนที่ชนะหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ด้วยคะแนนสูง เป็นคนเก่งมีความสามารถ ส่วนตนมองจุดยืนของตัวเอง ไม่ได้มองคู่แข่ง ถ้าเราตัดสินใจมาลงการเมืองแล้ว ต้องมองว่าเป้าหมายเราคืออะไร อยากจะไปพัฒนาท้องถิ่นของเรา เพราะจังหวัดเชียงใหม่เป็นบ้านเกิดของตนเอง โดยสิ่งที่หล่อหลอมมาเป็น นารากร ติยายน ในทุกวันนี้คือ จ.เชียงใหม่ จึงเป็นความตั้งใจที่จะลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่
“เรามีความตั้งใจแล้วก็มาดูว่ามีพรรคการเมืองไหนสามารถทำให้เป้าหมายและจุดยืนของเราเป็นจริงได้ จึงมาลงที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนคู่แข่งน่ากลัวไหม น่ากลัว เพราะแข่งขันกันดุเดือด แต่คนเชียงใหม่อาจจะเคยเลือกคนอื่นมาก่อน ถือเป็นโอกาสดีที่เราเป็นคนใหม่ของการเมือง แต่เราไม่ใช่คนหน้าใหม่ในสื่อมวลชนไทย ลองให้โอกาสคนการเมืองใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่คนหน้าใหม่ แต่เป็นคนที่ตั้งใจและมีเป้าหมาย” น.ส.นารากร กล่าว
เมื่อถามว่าในพื้นที่เสียงตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง น.ส.นารากร กล่าวว่า ลงพื้นที่ครั้งสุดท้ายเมื่อตอนที่สมัคร สว. ซึ่งการลงพื้นที่พบประชาชนจริง ๆ ยังไม่ได้ไปในวันนี้ โดยหลังจากที่มีการลงสมัคร สส. เสร็จสิ้น ก็จะมีการไปพูดคุยว่าคนเชียงใหม่ต้องการอะไร อยากให้ทำอะไรให้ แต่ไม่สัญญาว่าสิ่งที่ไปพูดไปคุยนั้นจะทำได้ทุกเรื่อง เพราะการทำงานการเมือง การที่จะพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนอะไรต้องมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เรารู้ว่าประเทศไทยของเราเป็นรัฐราชการ ก็ต้องอาศัยข้าราชการที่มาช่วยกัน สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด และจะไม่เปลี่ยนจุดยืนของตัวเองที่เป็นมา 30 กว่าปี
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะสามารถปักธงในพื้นที่ได้ น.ส.นารากร กล่าวว่า มั่นใจ เพราะตอนนี้คนไทยต้องการการเปลี่ยนแปลง เราเห็นนักการเมืองเมื่อเข้าไปอยู่ในสนามการเมือง มีการแบ่งปันผลประโยชน์ในกลุ่ม ในขณะที่ประชาชนมีอำนาจแค่วันเดียวคือวันเลือกตั้ง ได้แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ประชาชนควรจะมีอำนาจในการตรวจสอบ และสิ่งที่จะทำอีกอย่างคือการเพิ่มอำนาจของประชาชนให้มากขึ้น และเรานี่แหละที่จะเป็นคนเสียงดังในการตรวจสอบ ตะโกนร้องเรียนให้ประชาชนเอง