นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 15 รวมถึง ลงพื้นที่หาเสียง ที่ตลาดสายเนตร เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 07.00 น.
นายยศชนัน ได้เดินตลาดพบปะพูดคุย แนะนำตัวผู้สมัคร และหมายเลขบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึก มีประชาชนนำดอกกุหลาบและพวงมาลัยดอกดาวเรือง มามอบให้กับนายยศชนัน
ระหว่างเดินในพื้นที่ตลาด นายยศชนันได้ประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคเพื่อไทย ทั้งรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย /รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท รวมถึงการลดค่าไฟเหลือ 3.7 บาทต่อหน่วย ซึ่งได้มีประชาชนถามนายยศชนัน ว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะยังทำโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายต่อได้ใช่หรือไม่ ซึ่งนายยศชนัน ยืนยันว่า ทำได้ภายในสามเดือน นอกจากนี้ ระหว่างทางได้มีประชาชนคนหนึ่งได้นำพวงมาลัยสีแดง มาคล้องคอให้นายยศชนัน พร้อมอวยพรให้โชคดี ซึ่งนายยศชนัน ก็ได้ยิ้มตอบรับ และได้อ้อนขอคะแนนว่า “เขตนี้เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทยเบอร์เก้า และปีหน้า 69 ต้องเลือกทั้งคนทั้งพรรค ขออย่าเลือกผิด”
นายยศชนัน ให้สัมภาษณ์ ถึงความมั่นใจในการลงพื้นที่หาเสียงในวันนี้ เนื่องจากเคยเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยเคยเป็นแชมป์มาก่อน แต่ถูกโค่นแชมป์ ในการเลือกตั้งปี 2566 ว่า ผู้สมัคร สส. ขอฃพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ตลอด และการลงพื้นที่วันนี้ ได้รับกำลังใจจากประชาชน ได้พูดคุยเกี่ยวกับนโยบายพอสมควร โดยเห็นนโยบายหลายอย่างของพรรคเพื่อไทยจะโดนใจประชาชน ขณะเดียวกัน 2 ปีที่ผ่านมา นายพลภูมิ ลงพื้นที่ตลอดไม่เคยทิ้งประชาชนมั่นใจว่าครั้งนี้จะสามารถกลับมาได้ พร้อมประเมินถึงกระแสทางการเมือง ว่าพยายามที่จะทำไปข้างหน้า เพราะมีเวลาอีก 1 เดือน ขณะเดียวกันเรื่องของกระแสไม่ได้มีปัญหา แต่สิ่งที่สำคัญคือการส่งมอบนโยบายที่ถูกต้องให้กับบุคคลในพื้นที่ จะเป็นจุดที่สำคัญกว่ากระแส
ส่วนความมั่นใจในการขายนโยบายพรรคนั้น นายยศชนัน ระบุว่าเมื่อได้นั่งคุยกับประชาชน มีปัญหาปากท้อง ไม่ว่าจุดไหนของกรุงเทพ หลังจากนี้จะมีนโยบายเกี่ยวกับหนี้ นโยบายที่ประชาชนรออยู่คือรถไฟรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเพิ่มเติมที่บางจุดประชาชนไม่ได้อยู่ในทางรถไฟรถไฟฟ้าจะมีฟีดเดอร์(รถไฟฟ้าติดแอร์) 10 บาท รวมถึงค่าไฟฟ้า 3.7 บาท สามารถทำได้จะดูแลทั้งระบบ ด้วยจะนำพลังงานทดแทนกลับมาใช้ เพื่อลดค่าไฟได้อย่างยั่งยืน
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อยากให้แฟร์ๆ ไม่มีการชกใต้เข็มขัดนั้นนายยศชนัน กล่าวว่าพรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาโดยเสมอ และย้ำว่าต้องมองไปข้างหน้า มองสิ่งที่ประเทศและประชาชนเดือดร้อน เพราะปีหน้าจะเป็นปีที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น หมดเวลาที่จะมองว่าใครดีหรือไม่ดีกว่ากัน แต่ต้องมองไปข้างหน้าและให้โอกาสกับประชาชนเพื่อให้ประชาชนพลิกฟื้นชีวิตได้
ส่วนเรื่องการตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้งนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีการติดตามเหตุการณ์โดยตั้งกองตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง มีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดูแล สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยจริงจังกับเรื่องนี้มาก เพราะโดนกระทำในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็เชื่อว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น เป็นหน้าที่ของผู้สมัครที่ต้องคอยสอดส่องดูแล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นกกต. และหน่วยงานที่ดูแลด้านการยุติธรรม ที่จะคอยสอนส่อง ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็จะคอยติดตามอย่างใกล้ชิด
มั่นใจว่าจะสามารถปักธงในพื้นที่กรุงเทพได้มากแค่ไหนนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าพูดคำว่ามั่นใจออกมา เนื่องจากว่าเป็นพื้นที่ ที่มีความอ่อนไหว ต่อสถานการณ์ทางการเมืองค่อนข้างมาก สิ่งที่พรรคการเมืองจะทำได้คือการนำเสนอนโยบาย รวมถึงการทำแนวอุดมการแนวความคิดของพรรค ให้เป็นที่ประจักษ์กับประชาชน เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน คงไม่กล้าฟันธงว่าจะได้เท่าไหร่ แต่ตนยืนยัน ว่าพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่พรรคเพื่อไทย ปักธงได้มากแน่นอน
ด้านนายพลภูมิ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียง ว่ามั่นใจจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่พลาดไป 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ต่อเนื่อง ให้ประชาชนเปรียบเทียบระหว่างกระแส กับคนทำงาน ยืนยันพรรคเพื่อไทยพร้อมในเรื่องของนโยบาย ตัวคนทำงานในพื้นที่ก็มีความพร้อม เพราะฉะนั้นเลือกตั้งรอบนี้มีมีความหวังแน่นอน ในเขตคันนายาวและเขตบึงกุ่ม
ภายหลังเดินหาเสียงเสร็จสิ้น นายยศชนัน ผู้สมัคร และ สก.ที่มาร่วมลงพื้นที่ ได้ร่วมประทานอาหารกับประชาชนในพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา โดยมีเมนูไข่พะโล้ ผัดฟักทอง และข้าวเหนียวหมูปิ้งที่นายนายยศชนันย่างเองด้วย