เกาะติดสถานการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา วันที่ 31 ธ.ค. 68 ก่อนหน้านี้กองทัพบกรายงานพบโดรนกว่า 250 ลำรุกล้ำอธิปไตยเมื่อคืนวันที่ 28 ธ.ค. 68 นอกจากนี้ มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 เพิ่มอีก 1 นายเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 68 และนำส่งโรงพยาบาล กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้กองทัพยังอยู่ในภารกิจกู้และสถาปนาพื้นที่ของไทยหลังการสู้รบ รวมถึงเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็ง
อนุทิน โพสต์ "ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น"
15.25 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ภาพหมู่คณะทำงานด้านหลังเป็นปราสาทตาควาย พร้อมข้อความสั้นๆ "ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น"
ไทยส่งคืนทหารกัมพูชา 18 นาย ตามกรอบสากล ย้ำไม่กระทบอธิปไตย–ตรึงกำลังชายแดนเข้ม 24 ชม.
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2568 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดเผยว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการส่งตัวทหารกัมพูชาจำนวน 18 นาย ซึ่งอยู่ในการควบคุมของฝ่ายไทย กลับสู่ฝ่ายกัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด หมู่ที่ 4 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยมีผู้แทนจาก International Committee of the Red Cross (ICRC), ASEAN Observer Team (AOT) และผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 2 ร่วมสังเกตการณ์ ฝ่ายกัมพูชา มีผู้แทนรับตัว ได้แก่ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 และผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน
การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ลงนามในการประชุม GBC และเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยและกัมพูชา รวมทั้งข้อตกลงที่มีเงื่อนไขชัดเจน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม โดยยึดมั่นในมาตรฐานสากลและความรับผิดชอบของทุกฝ่าย
ฝ่ายไทยขอยืนยันว่า การดำเนินการนี้ไม่กระทบต่ออธิปไตย ความมั่นคง หรือศักดิ์ศรีของประเทศ โดยกองทัพไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองประชาชนและรักษาความปลอดภัยของพื้นที่ชายแดน
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการบันทึก ตรวจสอบ และติดตามข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ตามกลไกและแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ เพื่อยืนยันความถูกต้อง โปร่งใส และความรับผิดชอบของทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการดังกล่าว สะท้อนจุดยืนของประเทศไทยที่ยึดหลักสันติวิธี ควบคู่กับการปกป้องประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ในฐานะประเทศที่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ มีความรับผิดชอบ และมุ่งส่งเสริมสันติภาพอย่างยั่งยืน
////
กต.แถลงการณ์ ส่งทหารกัมพูชา 18 คน กลับประเทศ สะท้อนความตั้งใจสร้างสันติภาพ
เวลา 10.00 น. ฝ่ายไทยได้ส่งทหารชาวกัมพูชา 18 คน ที่ถูกทางการไทยควบคุมตัว กลับสู่มาตุภูมิ ซึ่งเป็นการดำเนินการตามข้อ 11 ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ได้ลงนามในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบุว่า ไทยจะส่งทหารกัมพูชา 18 คนกลับกัมพูชา ภายหลังจากการหยุดยิงเป็นเวลาต่อเนื่อง 72 ชั่วโมง และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของถ้อยแถลงร่วม (Joint Declaration) ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
นับตั้งแต่ทหารกัมพูชาทั้ง 18 คนถูกควบคุมโดยทางการไทย ทหารเหล่านี้ได้รับการดูแลตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติด้านมนุษยธรรมของคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) โดยทางการไทยได้อนุญาตให้ ICRC เข้าเยี่ยมเป็นระยะ ๆ และประสานการนำส่งจดหมายของทหารกัมพูชาเพื่อติดต่อกับครอบครัว
การส่งกลับทหารกัมพูชาดังกล่าวสอดคล้องกับอนุสัญญาเจนีวาฯ ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก โดยทางการไทยได้ตรวจสุขภาพก่อนส่งกลับ และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิต่าง ๆ ตามอนุสัญญาเจนีวาฯ เพื่อประกันว่า การเดินทางกลับมาตุภูมิเป็นไปบนพื้นฐานของความสมัครใจ ปลอดภัย และมีศักดิ์ศรี และ ICRC ได้แจ้งให้ครอบครัวของทหารกัมพูชาทราบถึงการส่งกลับในวันนี้ด้วย นอกจากนี้ ICRC และคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ได้ร่วมสังเกตการณ์การส่งกลับ
การส่งทหารทั้ง 18 คนกลับกัมพูชา สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยที่จะเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับกัมพูชา และเป็นการแสดงถึงการยึดมั่นในอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1949 และหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศของไทย โดยไทยหวังว่า กัมพูชาจะตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าว ด้วยการกระทำที่เป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศต่อไป
ไทยปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา
เวลา 10:20น. มีรายงานว่าไทยปล่อยตัวแล้ว 18 ทหารกัมพูชาที่ด่านบ้านผักกาด จ.จันทบุรี โดยฝ่ายกัมพูชาตั้งขบวนรับอย่างชื่นมื่น
รมว.กลาโหม เยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ
วันที่ 30 ธ.ค.2568 ที่ตึกสิริกิติ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อแสดงความห่วงใยและส่งกำลังใจแก่ทหารกล้าผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า
โดยรมว.กลาโหม ได้กล่าวยกย่องสดุดีความกล้าหาญ ความเสียสละ และความทุ่มเทของกำลังพลทุกนาย ที่อุทิศเลือดเนื้อและชีวิตในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงและอันตรายจากภารกิจ โดยย้ำว่ากำลังพลเหล่านี้คือ “ทหารกล้า” ผู้เป็นรั้วอันแข็งแกร่งของแผ่นดิน และเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าของการเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง
พร้อมกันนี้ รมว.กลาโหม ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าเยี่ยมให้กำลังใจมาแล้วตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิดและเต็มขีดความสามารถ เพื่อให้กำลังพลสามารถฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจกลับคืนสู่ความเข้มแข็งโดยเร็ว อีกทั้งยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะดูแลด้านสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และการเยียวยาอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และทั่วถึง เพื่อให้ผู้เสียสละเพื่อชาติได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ
การเยี่ยมบำรุงขวัญครั้งนี้สะท้อนถึงความห่วงใยและความผูกพันอันแน่นแฟ้นของผู้บังคับบัญชาทุกระดับที่มีต่อกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่แนวหน้า พร้อมยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะยืนหยัดเคียงข้างทหารกล้าและครอบครัวอย่างมั่นคง เพื่อให้ความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองไม่สูญเปล่า และได้รับการจารึกไว้ในความทรงจำของประเทศชาติสืบไป