“เอกวิทย์” กรรมการ ป.ป.ช.อ้างโดนเเกล้งปมสินบนทองคำ “บิ๊กโจ๊ก”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“เอกวิทย์” กรรมการ ป.ป.ช.อ้างโดนเเกล้งปมสินบนทองคำ “บิ๊กโจ๊ก” ด้านที่ประชุม ป.ป.ช. รอ 2 กรรมการ ป.ป.ช.ใหม่เข้ารับตำแหน่ง ก่อนโยกย้ายงานกำกับดูแล

จากกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (บก.ปปป.) เข้าค้นบ้านพัก สำนักงานและอาคารที่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.กับพวกรวม 6 คน ในคดีที่มีการกล่าวหาว่า พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ให้สินบนนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.และพวก เป็นทองคำเเท่ง น้ำหนัก 246 บาท โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ให้ข้อมูลกับบก.ปปป.เเละอ้างว่าเป็นผู้รับคำสั่งจากอดีตรองผบ.ตร.นำทองคำเเท่งไปมอบให้นายเอกวิทย์ที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2567 และมีการบันทึกคลิปวิดีโอไว้

เอกวิทย์ วัชชวัลคุ สำนักงาน ป.ป.ช.
นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช.

โดยล่าสุด บก.ปปป. ได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหา 4 คน โดยมี นายเอกวิทย์คือหนึ่งในนั้น ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในเร็วๆนี้ เพราะอีกสองผู้ถูกกล่าวหาคือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับ นายสมบัติ  อดีตที่ปรึกษานายเอกวิทย์ นั้นไปพบพนักงานสอบสวนในคดีนี้เเล้ว

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธาน ป.ป.ช. ได้นัดคณะกรรมการ ป.ป.ช.ประชุมด่วนในกรณีนี้ เเละที่ประชุมมีมติรับทราบรายงานผลการรวบรวมข่าวที่ปรากฏในสื่อตามที่เสนอ สำหรับการดำเนินการกับผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องในคดีตามที่มีการกล่าวหากับเจ้าพนักงานตำรวจ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรม นูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 56 โดยให้คำนึงถึงความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายเป็นสำคัญ

เเหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช..เเจ้งว่า การประชุมดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ได้หารือเรื่องนี้นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยหารือเเบบเคร่งเครียด เพราะกระทบภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช.โดยตรง ว่า  ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานปราบทุจริตเเต่กลับปรากฏว่าบุคคลระดับกรรมการ ป.ป.ช. โดนข้อหาว่าร่วมกระทำการทุจริตด้วย ซึ่งในการประชุมดังกล่าว นายเอกวิทย์ ได้ชี้แจงเพียงว่า “ไม่ได้กระทำตามที่ปรากฏเป็นข่าวเ เละตนอาจโดนใครบางคนใน ป.ป.ช. กลั่นเเกล้ง”

เเหล่งข่าวจากสำนักงาน ปปช.เเจ้งอีกว่านายเอกวิทย์ได้เเจ้งกับที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า “ตอนนี้ไม่มีใครคัดค้านการทำสำนวนของอดีต รองผบ.ตร.ตามที่ตนรับผิดชอบ หากจะให้ตนย้ายการกำกับดูเเลสำนักตรวจสอบทุจริตภาครัฐ1(สตร.1 ) กำกับดูเเลสำนักงานตำรวจเเห่งชาติ เเละสำนวนของอดีตรอง ผบ.ตร.โดยย้ายตนให้ไปกำกับดูเเลสำนักอื่นๆเเละสำนวนคดีอื่นๆในป.ป.ช .นั้น ตนก็ยินยอม”

แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เผยว่า ดังนั้นจึงต้องรอการโปรดเกล้าฯกรรมการ ป.ป.ช. ใหม่อีก 2 คน คือ นายสุชาติ สุนทรีเกษม เเละ นายมนูภาณ  ยศธเเสนย์ มารับตำเเหน่งเเล้วประธาน ป.ป.ช. ก่อนจะบรรจุวาระการประชุมเเละลงมติของคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ใครควรกำกับดูเเลสำนักใด เเละขอให้นายเอกวิทย์ย้ายไปกำกับดูเเลสำนักอื่น ๆ ใน ปปช.เเทน สตร.1 ตรงนี้ คือเเนวทางเเรก  หรืออีกเเนวทางหนึ่ง คือ สำนักงานตำรวจเเห่งชาติส่งหนังสือคัดค้านไม่ให้นายเอกวิทย์รับผิดชอบสำนวนนี้เพราะนายเอกวิทย์เป็น 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหาคดีทองคำแท่ง 246 บาทด้วย

เพราะฉะนั้น การที่นายเอกวิทย์ยังคงเป็นกรรมการป.ป.ช. ที่กำกับดูแลสำนวนของอดีตรอง ผบ.ตร.เเละล่าสุดนายเอกวิทย์กับอดีตรอง ผบ.ตร.เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีทองคำแท่ง 246 บาทนั้น ถามว่า จะเหมาะสมหรือไม่"

ทั้งนี้สำหรับ นายเอกวิทย์ ได้ผ่านการลงมติจากสว.ให้ดำรงตำเเหน่งกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2566 (เเทนนายณรงค์ รัฐอมฤต) โดยผ่านการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหาฯที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ส่วนประวัติการทำงานนั้น  นายเอกวิทย์เคยเป็นประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 6 เเละหัวหน้าคณะผู้พิพากษาศาลฎีกาก่อนจะมาทำหน้าที่กรรมการ ป.ป.ช.

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ