ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังเข้าร่วมงานแสดงวิสัยทัศน์ **THAILAND VISION 2035** โดยระบุถึง “9 วิสัยทัศน์” เพื่อการเปลี่ยนประเทศไทยสู่ประเทศเศรษฐกิจรายได้สูง (High-Income Nation)
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุว่า เวที Vision 2035 “ทิศทางโลก ทิศทางไทย ThailandVision2035” จัดโดยช่อง 3 ซึ่งตนขอขอบคุณที่ให้เกียรติเป็นหนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ร่วมกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากหลายพรรคการเมือง
พร้อมขอสวมหมวกอาจารย์ ชวนสังคมมองภาพอนาคตประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2035
โดยชี้ว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บน “แยกแห่งความหวัง” ซึ่งจำเป็นต้องเลือกทิศทางที่ทำให้ประเทศแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่กว่าปัจจุบัน โจทย์สำคัญคือการพาไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง สู่การเป็นประเทศรายได้สูง
ศ.ดร.ยศชนัน เปรียบเทียบว่า หากย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ปัญหาเศรษฐกิจยังเป็นเพียงวิกฤตในระดับประเทศ แต่บริบทโลกในปัจจุบันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไทยกำลังเผชิญกับ “Perfect Storm” 3 ประการพร้อมกัน ได้แก่
1. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก (Geopolitics)
2. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว (Technology Disruption)
3. ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
ทั้งนี้ ความหมายของคำว่า “รายได้สูง” ไม่ได้วัดเพียงตัวเลข GDP ต่อหัว แต่ต้องเชื่อมโยงกับ “ความสุข” ของประชาชนด้วย จึงเสนอโรดแมปยุทธศาสตร์ 9 ด้าน ที่ต้องดำเนินการแบบบูรณาการ ดังนี้
1. ระยะเร่งด่วน แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน เร่งช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหาหนี้สิน ด้วยการแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อฟื้นสภาพคล่องและกำลังซื้อ ให้ระบบเศรษฐกิจกลับมาหมุนได้
2. อัปเกรด 3 ภาคหลักของเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาคเกษตร ใช้ไบโอเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลเกษตร ภาคอุตสาหกรรม รัฐต้องสร้างดีมานด์ให้สินค้าภายในประเทศ และภาคบริการ-ท่องเที่ยว พัฒนา Cluster Tourism กระจายนักท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองรอง
3. โครงสร้างพื้นฐานไร้รอยต่อ พัฒนาท่าอากาศยาน ทั้งการขยายสุวรรณภูมิ สร้างสนามบินอันดามัน และสนามบินล้านนา พร้อมผลักดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระบบขนส่งเชื่อมต่อถึงหน้าบ้าน รวมถึงรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง เชื่อมไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค
4. สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) เน้น Health & Wellness, Medical Hub, Food to Medicine, Deep Tech, Genomics, Synthetic Biology และการผลิตเครื่องมือแพทย์ภายในประเทศ
5. สร้างระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) แก้ปัญหางานวิจัยไทยขึ้นห้างไม่ได้ ผ่านกลไกด้านเงินทุน การดึง Angel Fund และ VC ระดับโลก รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการทดสอบและการผลิตต้นแบบ
6. สร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล (Trust & Rule of Law) เสริมความมั่นคงด้านอาหาร ไซเบอร์ การเมือง และสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่ Net Zero 2050 พร้อมพัฒนา Digital Government ลดคอร์รัปชัน และ One Stop Service
7. พัฒนาทุนมนุษย์และสวัสดิการสังคม ยกระดับการศึกษา สร้างมหาวิทยาลัยระดับโลก กระจายโรงเรียนคุณภาพ ยกระบบสาธารณสุข 30 บาทรักษาทุกที่ และดูแลกลุ่มเปราะบางแบบมุ่งเป้า
8. จัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การสร้าง Floodway และแก้มลิง จนถึงการจัดการน้ำทะเลหนุน โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูลขั้นสูง
9. สร้างพลังความร่วมมือ (Synergy) เพื่อประเทศ ย้ำว่าการยกเครื่องประเทศไทยไม่ใช่ภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่และความเชื่อมั่นให้กับประเทศ
ศ.ดร.ยศชนัน ระบุทิ้งท้ายว่า ทั้งหมดนี้คือการ “Re-engineer ประเทศไทย” เพื่อก้าวสู่อนาคต และเป็นสิ่งที่ “พรรคเพื่อไทยทำได้”