จากกรณีอุบัติเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ในพื้นที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งเบื้องต้นมีตัวเลขผู้เสียชีวิต 22 ราย, ผู้บาดเจ็บ 70 ราย
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว และจะรีบเดินทางกลับ โดยรัฐมนตรีคมนาคมจะเดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ และมีการสั่งการให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องลงไปดูที่เกิดเหตุแล้ว ทั้งนี้ต้องขอแสดงคงามเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกคน
ส่วนเรื่องสาเหตุของเครนถล่มนั้น ตนยังไม่ได้รับรายงานสาเหตุ แต่เดี๋ยวให้สอบสวนไทม์ไลน์ ซึ่งต้องสอบสวนอยู่แล้ว และขอว่าอย่าเอาประเด็นนี้มาเป็นประเด็นการเมืองใดๆ เพราะตอนนี้ต้องให้ความสำคัญกับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บ อย่าให้มีความสูญเสียมากไปกว่านี้
“ดูแล้ว โครงการนี้มันหลายครั้งแล้ว ปีที่แล้วก็มีเหตุการณ์อุโมงค์ถล่ม วันนี้ก็มีเหตุเครนถล่มอีก ซึ่งก็ต้องดูว่ามันมีการก่อสร้างที่ผิดรูปแบบ ผิดขั้นตอนหรือไม่ ซึ่งอุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการละเลยหรือข้ามขั้นตอน หรือทำอะไรที่ไม่ตรงตามการออกแบบ หรือใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องไปดู แต่ภายในเวลา 1 ชม.ไม่มีใครตอบได้”
เมื่อถามว่าต้องหยุดการก่อสร้างไปก่อนหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า ปกติทางผู้ควบคุมงานจะต้องสั่งหยุดงานอยู่แล้ว ซึ่งจะต้องมีการทำรายงานถึงเหตุที่เกิดขึ้น รวมถึงแผนการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และหากต้องหยุดงาน 1-2 เดือนเพื่อวางแผนใหม่แล้วทำให้โครงการล่าช้าไปผู้รับเหมาก็ต้องเสียค่าปรับในส่วนนี้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องความเสียหายของภาครัฐที่เสียไปค่อเรื่องเวลา ส่วนเรื่องงบประมาณไม่ได้เสียหายมากมาย เพราะผู้รับเหมาต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ซึ่งจะคนที่รับผิดชอบต้องถูกลงโทษ ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ในฐานะที่ควบคุมโครงการไม่ดี
เมื่อถามว่าจะมีการพิจารณาเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้มันถึงขั้นต้องเปลี่ยนกฎหมาย เพราะคมนาคม หรือหน่วยงานเจ้าของโครงการต่างๆ ก่อนจะไปขึ้นบัญชีดำ ต้องให้กรมบัญชีกลางเป็นคนขึ้นบัญชีดำ และกระบวนการยกเลิกสัญญาก็มีหลายขั้นตอนและติดกฎหมายเต็มไปหมด ซึ่งผมมีเวลาแค่ 2-3 เดือนแก้กฎหมายไม่ทัน ก็ต้องรอหลังเลือกตั้ง และได้ข่าวว่าเป็นเจ้าเดิมด้วย แต่ยังให้ทำงานอยู่ให้ก่อสร้างอยู่ กรมบัญชีกลางต้องตอบทำไมยังไม่ขึ้นบัญชีดำ ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม ก็เคยบอกว่าจะให้มีมาตรการสมุดพกเรื่องความประพฤติผู้รับเหมา ซึ่งตนก็เห็นด้วย แต่ตอนนี้ทำไมเรื่องสมุดพกยังใช้ไม่ได้ ขณะที่หน่วยงานเองก็กลัวว่าเดี๋ยวทำอะไรไปแล้วจะถูกฟ้องกลับ ซึ่งคิดว่าถึงเวลาที่ต้องปลี่ยนกฎหมายการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาก่อสร้าง
นายอนุทิน ยังบอกอีกว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ก็ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพรุ่งนี้ตนสั่งการให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคมลงไปติดตามในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แล้วให้รายงานกับตนตลอด ทั้งนี้ตนก็ไม่รู้ว่าผู้ว่า รฟท. จะอยู่ได้หรือเปล่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ เดี๋ยว รมว.คมนาคมจะต้องดำเนินการ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ มีประชาชนเสียชีวิตกว่า 22 ศพ และความเสียหายเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป เมื่อถามย้ำว่า ผู้ว่าฯ รฟท.ถึงขั้นต้องลาออกหรือไม่ นายอนุทินบอกว่า “ผู้ว่าฯก็ควรที่จะพิจารณาตัวเอง”
เมื่อถามว่าฝ่ายการเมืองเตรียมหยิบยกเรื่องนี้มาโจมตี นายอนุทิน บอกว่า ตนห้ามเขาไม่ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง เป็นเรื่องเทคนิก พร้อมบอกทิ้งท้ายว่า “อย่าบอกเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปฉวยโอกาส โคราชผู้แทนพรรคไหนเยอะที่สุด แล้วจะไปโยนพรรคอื่นได้ไง ไม่ได้หรอก อย่าไปเล่นการเมือง ไม่เอา”