เลือกตั้ง 2569 : ผอ.นิด้าโพลชี้ “ชูวิทย์” แฉพรรคประชาชน สะเทือนคะแนนเล็กน้อย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผอ.นิด้าโพลชี้ “ชูวิทย์” แฉพรรคประชาชน สะเทือนคะแนนเล็กน้อย จับตากลุ่มไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เริ่มชะงัก หลังประเด็นแฉและคดีผู้สมัคร สส.ทำคะแนนนิยมแหว่ง

ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล กล่าวผ่านรายการ เปิดโต๊ะข่าว ทางสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉพรรคประชาชน จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมมากน้อยเพียงใด โดยมองว่าเรื่องดังกล่าวอาจสะเทือนคะแนนนิยมบ้างเล็กน้อย ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน

ประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมอย่างแท้จริง คือกรณีจังหวัดตาก ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีน้ำหนักมากกว่า

 

เลือกตั้ง 2569 รายการเปิดโต๊ะข่าว
ผอ.นิด้าโพลชี้ “ชูวิทย์” แฉพรรคประชาชน สะเทือนคะแนนเล็กน้อย

ผศ.ดร.สุวิชา ระบุว่า หากเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนหรือแฟนคลับตัวจริงของพรรคประชาชน คงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และยังคงเลือกพรรคเดิมต่อไป เปรียบเสมือนคำว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” แต่สำหรับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไม่ใช่ฐานเสียงหลัก และต้องการพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ กลุ่มนี้เริ่มเกิดอาการชะงัก เกิดความลังเลว่าจะถอนการสนับสนุนหรือเปลี่ยนไปเลือกพรรคอื่น ทำให้มองว่ามีบางส่วนอาจถอนตัวออกมา

อีกกลุ่มหนึ่งคือผู้ที่กำลังตัดสินใจจะเลือกพรรคประชาชน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดความลังเล ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ผศ.ดร.สุวิชา ยังกล่าวว่า สิ่งที่นายชูวิทย์ออกมาพูดนั้น ไม่สามารถเมินเฉยได้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีบางกรณีที่มีหลักฐานจริง ทำให้ประชาชนอยากรู้ว่าในครั้งนี้มีหลักฐานหรือไม่ ทั้งกลุ่มผู้สนับสนุน กลุ่มที่ยังลังเล และกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ต่างรับฟังไว้ก่อน เปรียบเสมือน “เขียนแปะข้างฝา” รอดูว่าสิ่งที่พูดจะมีหลักฐานหรือมีแนวโน้มเป็นความจริงหรือไม่ แต่หากถามว่าจะสะเทือนคะแนนมากหรือไม่ มองว่ายัง “ไม่ถึงขนาดนั้น”

พร้อมกันนี้ยังมองว่า การที่นายชูวิทย์ออกมาแฉ จะทำให้พรรคประชาชนต้องเสียเวลาไปกับการตอบโต้ แนะนำให้พรรคหยุดตอบโต้และวางท่าทีให้นิ่งมากกว่า

"เวลาเราฟังคุณชูวิทย์ เราฟังเอามัน หรือเราฟังเอาความจริง เพราะฉะนั้นผมมองว่า ไม่กระทบต่อฐานเสียงเดิม แต่กระทบกับคนใหม่ๆ ที่ฟังไว้ แปะข้างฝาไว้ รอดูหลักฐานต่อไป แต่ทั้งนี้ แนะนำพรรคประชาชนว่า คุณชูวิทย์เหมือน กลอง ยิ่งตียิ่งดัง ยิ่งไปตี เขาก็มีอะไร เอามาพูดอีก พูดต่อไปอีก เพราะฉะนั้น นิ่งๆ แล้วหาเสียงไป ไม่ต้องตอบโต้ ดีที่สุด" 

เมื่อถามถึงผลสำรวจนิด้าโพลล่าสุด ว่าคะแนนนิยมพรรคประชาชนยังเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ ผศ.ดร.สุวิชา เปิดเผยว่า หากดูคะแนนรวมทั้งประเทศ พรรคภูมิใจไทยขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่หากดูเฉพาะคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนยังคงนำอยู่ โดยได้ประมาณ 30%

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผัน กลุ่มคะแนนราว 8% อาจไหลเข้าพรรคประชาชนไม่ถึง 3% เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งจริง จะเผชิญแรงปะทะทางการเมือง ทำให้คะแนนร่วงลงอีก ส่งผลให้คะแนน สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนอาจลดลงเหลือประมาณ 29% หรือราว 10 ที่นั่ง

ส่วนระบบเขตเลือกตั้ง หลายจังหวัดที่เคยได้คะแนนทะลุ 40% ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ปัจจุบันลดลงมาเหลือราว 30% แม้บางจังหวัดยังคงแข็งแรง แต่หากคะแนนลดลงในลักษณะนี้ มีโอกาสพ่ายแพ้ได้

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะได้ สส.เขตกี่ที่นั่ง ผศ.ดร.สุวิชา ระบุว่า ภาพรวม ณ วันที่ 20 มกราคม 2569 พรรคประชาชนอาจได้ประมาณ 120–130 ที่นั่ง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนราว 22% รวมทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ คาดว่าจะได้ประมาณ 140–150 ที่นั่ง

ด้านพรรคเพื่อไทย ยังมีอิทธิพลอยู่และมีการหาเสียงเต็มที่ แต่ผลโพลกลับไม่ขยับ แม้เจาะสำรวจในจังหวัดเชียงใหม่ คะแนนยังใกล้เคียงกับโพลครั้งก่อน คาดว่าจะได้ประมาณ 80–90 ที่นั่ง

สำหรับพรรคอันดับ 4 ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคกล้าธรรม ผศ.ดร.สุวิชา วิเคราะห์ว่า ต้องดูหลายปัจจัย โดยพรรคกล้าธรรมอาจได้ราว 40 ที่นั่ง แม้ไม่มีกระแสชัดเจน แต่เชื่อว่าร้อยเอกธรรมนัสสามารถจัดการพื้นที่ได้ดี โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีกระแสดีในภาคใต้ สส.เขตได้ประมาณ 30 ที่นั่ง บวกรวมกับ สส.บัญชีรายชื่ออีก 10 ที่นั่ง คาดว่าจะได้คะแนนราว 40 ที่นั่ง ซึ่งเป็นพรรคที่คะแนนสูสีทั้งสองพรรค อาจเป็นตัวแปรสำคัญทางการเมือง ทั้งหมดต้องรอดูผลโพลครั้งถัดไป

ผศ.ดร.สุวิชา ยังกล่าวถึงบรรยากาศการเลือกตั้งว่า ในอดีตมักใช้วาทกรรม “มีลุงไม่มีเรา” แต่ปัจจุบันไม่มี “ลุง” แล้ว จากเดิมที่ทหารถูกใช้เป็นเป้าการโจมตีเพื่อดึงคะแนนเสียง กลับกลายเป็นการโหนทหาร ชื่นชมทหารเพื่อหวังคะแนนแทน

เมื่อไม่มี “ลุง” แล้ว วาทกรรมอย่าง “มีเราไม่มีเทา” ก็ไม่สามารถขายได้อีกต่อไป เชื่อว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง แต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์และไม้เด็ดออกมาแข่งขันกันอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ กระแสการโหนทหารอาจทำให้พรรคประชาชนเดินเกมได้ยาก เนื่องจากติดกับดักนโยบาย โดยเฉพาะการปฏิรูปกองทัพ ซึ่งอาจถูกโจมตีและทำให้คะแนนลดลง มองว่าเป็นผลจาก “กรรมเก่า” ทางการเมืองในยุคของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ผศ.ดร.สุวิชา ยังเผยถึงกระแสข่าวว่า ไม้เด็ดสุดท้ายของพรรคประชาชน อาจเป็นการให้นายพิธาออกมานำขบวนหาเสียง เพื่อดึงคะแนนกลับมา แม้ยังไม่ยืนยันความชัดเจน แต่ยอมรับว่านายพิธายังมีแรงดึงดูดในกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 35 ปี อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาชนไม่ได้อันดับหนึ่ง ก็ต้องเป็นฝ่ายค้านอยู่ดี และแม้ได้อันดับหนึ่งแต่คะแนนไม่สูง ก็อาจตั้งรัฐบาลได้ยาก เนื่องจากไม่มีพรรคใดเข้าร่วม 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ