ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ. กกต. กทม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อม การเลือกตั้งล่วงหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยระบุว่าในขณะนี้ทางสำนักงานฯ ได้มีการเตรียมความพร้อม ทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ และการจัดเตรียมประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครเพื่อส่งไปยังเขตเลือกตั้งต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้ว
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า มีความพร้อมพอสมควร โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,353 หน่วย ซึ่งมีการเตรียมบุคลากรที่เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประมาณ 103,000 คน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรมวิทยากรประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อไปขยายผลจัดอบรมให้กับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต่อไป
สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จุดที่มีผู้ลงทะเบียนหนาแน่นที่สุดคือเขตบางกะปิ โดยมีผู้ขอใช้สิทธิประมาณ 53,000 คน ซึ่งทาง กกต. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของสถานที่เพื่อรองรับประชาชนแล้ว ทั้งนี้ยังมีหน่วยเลือกตั้งอีกประมาณ 7-8 แห่ง ที่มีผู้มาใช้สิทธิเกิน 10,000-20,000 คน ซึ่งได้มีการปรับพื้นที่ให้มีความพร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการลงคะแนน
ส่วนหน่วยที่ใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีบางเขตเปลี่ยนแปลงสถานที่ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ระบุว่า มี 2 เขตที่มีการปรับเปลี่ยนเพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องที่จอดรถ และลดปัญหาจราจร ได้แก่ เขตหลักสี่ ย้ายจากสำนักงานเขตมายังบริเวณหน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และเขตห้วยขวางย้ายจากสำนักงานเขตไปยังพื้นที่ของ รฟม.
ทั้งนี้ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ได้เน้นย้ำถึงข้อปฏิบัติในวันเลือกตั้ง ของสื่อมวลชนในการทำข่าว ว่าต้องไม่รบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และห้ามซูมภาพที่อาจติดข้อมูลส่วนบุคคล ที่สำคัญคือห้ามเผยแพร่ผลสำรวจในช่วง 7 วัน ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงวันเลือกตั้ง
ในส่วนของประชาชน การใช้โทรศัพท์มือถือสามารถนำโทรศัพท์เข้าคูหาได้เพื่อใช้แสดงสิทธิผ่าน ThaID แต่ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้วโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความผิดตามกฎหมายการหาเสียง และในวันลงคะแนน ห้ามมีการรณรงค์หาเสียงใด ๆ เนื่องจากสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ทั้งนี้การนับคะแนนภายหลังปิดหีบประชาชน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถถ่ายวิดีโอในระหว่างการนับคะแนนได้แต่ต้องพึงระวังไม่ให้เป็นการรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่
สำหรับผู้สังเกตการณ์ ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่าการส่งผู้สังเกตการณ์ พรรคการเมืองต้องแจ้งรายชื่อก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 15 วัน โดยผู้สังเกตการณ์ต้องอยู่ภายนอกที่เลือกตั้ง และห้ามรบกวนเจ้าหน้าที่ แต่หากพบความไม่โปร่งใสระหว่างการนับคะแนน สามารถทักท้วงได้ทันทีโดยมีแบบฟอร์มการทักท้วงจัดเตรียมไว้ให้ตามระเบียบ
ส่วนกรณีข้อสงสัยเรื่องการพบใบปลิว แนะนำตัวผู้สมัครบางพรรคการเมืองแนบไปกับหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ได้กำชับให้ทางไปรษณีย์ดำเนินการจัดส่งเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งคู่กับเอกสารแนะนำตัวผู้สมัครที่ กกต. กทม. จัดพิมพ์ขึ้นตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองมีสิทธิส่งเอกสารแนะนำตัวผ่านทางไปรษณีย์ได้เอง แต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด และต้องนำไปคำนวณรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งถูกกำหนดไว้ให้ไม่เกินคนละ 1.9 ล้านบาท
ส่วนกรณีข่าวลือเรื่องการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ และในมุมมองส่วนตัวมองว่าอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเมื่อเทียบกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. ที่มีถึง 4.5 ล้านคน ถ้าลองคำนวณคร่าว ๆ แค่ 1 ล้านคนก็ต้องใช้เงิน 7,500 ล้านบาท ดังนั้นไม่น่ามี สส. หรือพรรคการเมืองใดลงทุน อย่างไรก็ตาม กกต. มีชุดเคลื่อนที่เร็ว และผู้ตรวจการเลือกตั้งคอยตรวจสอบอย่างเข้มข้นในทุกเขต เนื่องจากครั้งนี้มีการแข่งขันสูง โดยมีผู้สมัครต่อเขตตั้งแต่ 12-19 คน
อย่างไรก็ตามว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ ระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการจัดทำและติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ขนาด 1x5 เมตร ในทุกหน่วยเลือกตั้งเพื่อป้องกันความสับสนของผู้มาใช้สิทธิ ภายในป้ายจะประกอบด้วยรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครของพรรคการเมืองทั้ง 57 พรรค รวมถึงรูปภาพของผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตในเขตนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนบัตรเสียและทำให้การใช้สิทธิมีคุณภาพมากที่สุด