นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงการเลือกตั้ง 2569 ในรายการ Off the Record ว่า สิ่งที่ต้องการเห็นคือ การทำให้ทุกฝ่ายหันหน้าคุยกัน มองจริง ๆ ว่าประเทศไทยรวมถึงรัฐธรรมนูญ กลไกการตรวจสอบหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าไม่เกิดการคุยกันอย่างจริงจังสถานการณ์การเมืองไทยก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป
นายศรายุทธิ์ เผยว่า ตนบอกตนเอง บอกคนรอบข้างตลอดว่า ไม่ควรได้ที่นั่งต่ำกว่า 200 ที่นั่ง ถ้าต่ำกว่านี้ก็ต้องพิจารณาตนเอง ยอมรับว่าตนทำได้ไม่ดี ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำไม่ได้อย่างที่เราคาดหวัง
ส่วนตัวเลขที่ถูกมองว่าสวนกระแสโพลนั้น ภายในพรรคเราเห็นว่าได้มากกว่าเมื่อปี 2566 เยอะ มีน้อยกว่าปี 2566 เพียงเรื่องเดียวคือจำนวนผู้สมัคร เนื่องจากมีกระบวนการน้อยกว่า มีเวลาเตรียมตัวน้อยกว่า ถือเป็นจุดเดียวที่ด้อยกว่าเมื่อปี 2566 ส่วนจะไปได้แค่ไหนคิดว่าช่วงเวลาที่เหลือยังพอมีเวลา
นายศรายุทธิ์ กล่าวอีกว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่า โจทย์ที่สำคัญคือ ประชาชนอยากเห็นรัฐบาลแบบไหนที่จะสามารถพาประเทศไปข้างหน้าได้ ถ้าประชาชนคิดไตร่ตรองดีและตัดสินใจหนักแน่นว่า รัฐบาลแบบเดิมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่รัฐบาลประชาชนดูมีความหวัง เป็นไปได้ ก็สามารถเลือกได้อย่างเด็ดขาด
หากย้อนไปหลังปี 2566 จะพบว่าประเทศไทยล้มเหลวทุกด้าน จนไม่รู้ว่าจะไปอย่างไรต่อ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าจำนวน สส. ก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะได้เท่าไหร่ จับมือกับใคร ถ้าจำนวนเราไม่มากพอ ก็ต้องจับมืออยู่แล้ว ต้องเป็นรัฐบาลผสมอยู่ดี
นายศรายุทธิ์ กล่าวต่อว่า ก็มีคำถามตามมาว่าแล้วจะจับกับใคร ตนมองว่าก็พูดไปหมดแล้วว่า พรรคกล้าธรรม ไม่ร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคอื่น ๆ ก็ไม่ได้ระบุไว้ เพียงแต่ว่าเราไม่โหวตนายกฯ อนุทิน ส่วนจะร่วมกับแดง-น้ำเงิน-ฟ้า ให้ดูที่ผลการเลือกตั้ง หรือหากพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 2 พรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ปฏิเสธ ไม่ปิดทางเลือกที่จะร่วมรัฐบาล เพียงแต่ขอดูตัวเลขจริง ๆ
จากนั้นมานั่งคุยกันว่ามีเป้าหมายเดียวกันหรือไม่ ถ้านั่งคุยกันได้ มองเห็นภาพเดียวกัน รวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต่าง ๆ ซึ่งอาจจะต้องมีมาตรฐานเรื่องเกณฑ์ของรัฐมนตรี ก็มานั่งคุยกัน หากคุยกันได้ไม่ว่าพรรคไหนก็เป็นไปได้ แต่แน่นอนว่าเรามีจุดยืนอย่างไร วาระประเทศอย่างไรบ้าง