สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69...ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ” โดยผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 6 ที่ศูนย์ KPI Poll ได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16 - 19 ม.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. กลุ่มยังไม่เห็นคนที่ใช่ลดลง คะแนนผู้นำยังแกว่งและกระจาย โค้งสุดท้ายยังพลิกได้
- ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสมจากเดิมผลสำรวจครั้งแรก 26.2% ขยับเป็น 23.4% และยังคงสูงสุด
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล ผลสำรวจครั้งแรก 16.9% ขยับเป็น 18.9%
- นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผลสำรวจครั้งแรก 18.8% ขยับเป็น 15.2%
- ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผลสำรวจครั้งแรก 10.9% ขยับเป็น 12.1%
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ: ผลสำรวจครั้งแรก 10.2% ขยับเป็น 8.8%
กลุ่มที่ผลสำรวจขยับขึ้นน่าสนใจ
- ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผลสำรวจครั้งแรก 1.9% ขยับเป็น 4.6%,
- นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ผลสำรวจครั้งแรก 1.3% ขยับเป็น 3.4%,
- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผลสำรวจครั้งแรก 2.6% ขยับเป็น 3.2%
- บุคคลอื่น ผลสำรวจครั้งแรก 4.7% ขยับเป็น 5.3%
เสียงในหัวอย่างแรกของการไปกาบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ (สำรวจโดย LINE TODAY) พบว่า
- กาเพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ สูงสุด 52.6 %
- ชอบนโยบายพรรค 30.2%
- ชอบตัวบุคคล 8.6%
- ยังไม่แน่ใจ 6.2%
- ไม่อยากให้ฝั่งเดิมชนะ 2.4%
ชี้ว่าโค้งสุดท้ายยังเปิดกว้างในการช่วงชิงความเชื่อมั่น แต่เริ่มเห็นการขยับจากความไม่แน่ใจไปสู่การเลือกมากขึ้น คะแนนของผู้ถูกมองว่าแก้ปัญหาได้จริง มีการสลับขึ้นลงชัดเจน สะท้อนว่า พรรคการเมืองยังพลิกเกมได้จาก “ความน่าเชื่อถือ” และ “การสื่อสารที่จับต้องได้” ผลการสำรวจจากไลน์ สะท้อนว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วย “ความหวังต่อความเปลี่ยนแปลง” เป็นหลัก
2. ภาพรวมประชามติเห็นชอบ “นำ” เกินครึ่ง แต่ยังมีประชาชนลังเลสูง
ตาม Gen พบความต่างตามวัย คนรุ่นใหม่เห็นชอบมากกว่า ขณะที่คนสูงอายุไม่เห็นชอบมากขึ้น โดยภาพรวมแนวโน้มการลงคะแนนประชามติ เห็นชอบ 53% ,ไม่เห็นชอบ 23.4% ,ไม่มีความเห็น 23.6%
Gen Z
- เห็นชอบ 58.8%
- ไม่เห็นชอบ 15.5%
- ไม่มีความเห็น 25.7%
Gen Y
- เห็นชอบ 56.7%
- ไม่เห็นชอบ 21.5%
- ไม่มีความเห็น 21.8%
Gen X
- เห็นชอบ 52.8%
- ไม่เห็นชอบ 22.3%
- ไม่มีความเห็น 24.9%
Baby Boomer
- เห็นชอบ 46%
- ไม่เห็นชอบ 31%
- ไม่มีความเห็น 23%
ผลสำรวจชี้ยิ่งอายุน้อยยิ่ง “พร้อมเดินหน้า” กับการเปลี่ยนแปลงผ่านประชามติ ส่วนกลุ่มอายุสูงขึ้นมีสัดส่วนไม่เห็นชอบเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจสะท้อนถึง ความกังวลเรื่องความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และความไม่เข้าใจรายละเอียด โจทย์สำคัญคือการสื่อสารที่ ทำให้เข้าใจ ลดความกังวล ไม่ชี้นำ
3. คนอยากแก้กติกาและผู้คุมกติกา โดยเฉพาะ สว. และองค์กรอิสระมากที่สุด
ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คะแนนเฉลี่ยสูงสุด เต็ม 5 คะแนน คือ ระบบการเลือก สว. 3.74 คะแนน,กลไกการถอดถอนฝ่ายการเมืองและองค์กรอิสระ 3.69 คะแนน และที่มาและการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ 3.68 คะแนน ซึ่งสะท้อนว่า ประชาชนรู้สึกถึงปัญหาความโปร่งใส หรือมาตรฐานการตรวจสอบในปัจจุบัน และความคาดหวังต่อการทำให้ระบบการเมืองตรวจสอบได้มากขึ้น และลดข้อกังขาเรื่องความชอบธรรม
4. คนรู้เรื่องประชามติจากสื่อมากกว่า “กกต.”
- จากสื่อมวลชน/องค์กรเอกชน 35%
- รัฐบาล/หน่วยงานราชการ 15.8%
- หน่วยงานท้องถิ่น 15.8%
- พรรคการเมือง 14.6%
- กกต. 13.7%
- สถาบันการศึกษา 5.1%
สะท้อนว่าสื่อเข้าถึงประชาชนมากกว่าหน่วยงานหลัก พรรคการเมือง และ กกต. มีบทบาทในการช่วยรณรงค์น้อยมากในสายตาประชาชน สะท้อนช่องว่างการสื่อสาร
บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 06 ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ว่า “สนามผู้นำยังเปิด” คะแนนผู้นำยังแกว่งและกระจาย ขณะเดียวกันแรงขับของผู้มีสิทธิเลือกตั้งมุ่งไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ด้านประชามติรัฐธรรมนูญ ภาพรวมไปในทางเห็นชอบ แต่ยังมีกลุ่ม “ไม่มีความเห็น” สูง และพบความต่างตามวัย อีกทั้งประเด็นที่ประชาชนอยากแก้เด่นชัด คือ ระบบเลือก สว. และ องค์กรอิสระ ส่วนการรับรู้เรื่องประชามติของประชาชนมาจาก สื่อ/เอกชนมากที่สุด และมากกว่าจาก กกต.
ประเด็นสำคัญ
- เมื่อคนไปเลือกเพราะ “อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง” พรรคการเมืองต้องตอบให้ชัดว่า ทำอะไร-เมื่อไร-เห็นผลแค่ไหน-ใครรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ “สโลแกน” ขายฝัน
- กกต. ต้องยึดพื้นที่ข้อมูลคืนด้วยมาตรฐานเดียว เปลี่ยนบทบาทจาก “ประชาสัมพันธ์” เป็น “ศูนย์ข้อมูลกลาง” ที่สื่อหยิบไปใช้ได้ทันที (FAQ ภาษาง่าย/อินโฟ/คลิปสั้น/ตรวจข่าวลวง)
- ปัญหาการลงประชามติไม่ใช่คนเห็นด้วยหรือไม่ แต่คน “ยังไม่มั่นใจ” สูง ต้องสื่อสารต่างวัยแบบอธิบายให้เข้าใจ เน้นผลต่อชีวิตจริง ลดความกังวล ไม่ใช่ชี้นำ หรือ “รณรงค์ให้เชื่อ”